แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - admin

หน้า: 1 2 3 ... 14
1


Trump Travel Ban Protests

ดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ 2 คน และบริษัทต่างๆ อีกเกือบ 100 แห่ง ยื่นคำร้องต่อศาลในนครซานฟรานซิสโก เพื่อให้ยังยั้งคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ห้ามผู้อพยพและพลเมืองจากประเทศมุสลิม 7 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ ชั่วคราว

วันนี้กลุ่มนักการเมืองของพรรคเดโมแครต ซึ่งรวมถึงอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ จอห์น แครี่ และอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ แมดเดอลีน อัลไบร์ท ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 9 นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อให้ยับยั้งคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ห้ามผู้อพยพและพลเมืองจากประเทศมุสลิม 7 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ ชั่วคราว

โดยในคำร้องระบุว่า “คำสั่งดังกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์นั้น เกิดขึ้นอย่างผิดพลาด ขาดเหตุผลและคำอธิบายที่ดี” และว่า “คำสั่งนี้ถือเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ มากกว่าจะทำให้เกิดความปลอดภัย”

นอกจากนักการเมืองระดับสูงเหล่านี้แล้ว บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อีก 97 แห่ง รวมถึง Apple Facebook Google Microsoft และ Twitter ต่างรวมตัวกันยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 9 นครซานฟรานซิสโก ในกรณีเดียวกัน

เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น James Robart แห่งรัฐวอชิงตันทางภาคตะวันตกของสหรัฐฯ ได้มีคำตัดสินยับยั้งคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ชั่วคราว ซึ่งคำสั่งฝ่ายบริหารหรือ Executive Order ที่ว่านี ห้ามผู้ลี้ภัยและพลเมืองจากประเทศมุสลิม 7 ประเทศ คือ อิรัก อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน ซีเรีย และเยเมน เดินทางเข้ามายังสหรัฐฯ ชั่วคราว



This image taken from United States Courts shows Judge James Robart listening to a case at the Seattle Courthouse, March 12, 2013, in Seattle, Washington. Robart placed a nationwide hold on President Donald Trump's executive order banning travel to the
และในวันอาทิตย์ ศาลอุทธรณ์ได้ปฏิเสธคำขอของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้นำคำสั่งที่ว่านี้กลับมาใช้อีกครั้ง โดยกลุ่มองค์กรหรือปัจเจกบุคคลต่างๆ มีเวลาจนถึงวันจันทร์นี้ในการยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 9 ซึ่งมีอำนาจครอบคลุมตลอดแนวชายฝั่งด้านตะวันตกของสหรัฐฯ

คาดว่าคณะตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 9 ซึ่งมี 3 คน จะมีคำตัดสินออกมาหลังจากผ่านเส้นตายวันจันทร์นี้ไปแล้ว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเชื่อว่า กรณีนี้มีโอกาสถูกส่งต่อไปยังตุลาการศาลสูงสุดของสหรัฐฯ เพื่อให้พิจารณาในที่สุด

เมื่อวันอาทิตย์ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทวีตข้อความตำหนิการทำงานของผู้พิพากษา James Robart แห่งรัฐวอชิงตัน โดยบอกว่า “ผู้พิพากษาผู้นี้กำลังเปิดประเทศต้อนรับคนที่อาจเป็นผู้ก่อการร้าย หรือคนที่ไม่ใส่ใจต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ” และว่า “ผู้ไม่ประสงค์ดีกับอเมริกากำลังลิงโลด”



Trump Tweet Feb 4 Overturning Block on Travel Ban


แต่ทางวุฒิสมาชิก มิทช์ แม็คคอนแนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯ กล่าวกับ CNN เมื่อวันอาทิตย์ว่า “แม้ว่าอเมริกาต้องการสกัดกั้นไม่ให้ผู้ก่อการร้ายเข้าประเทศ แต่อเมริกาก็ไม่สามารถปิดพรมแดนเพื่อไม่ให้คนเดินทางเข้ามาได้ และอเมริกายิ่งไม่ต้องการกีดกันพันธมิตรมุสลิมที่ร่วมต่อสู้เคียงข้างกันไม่ให้เข้าประเทศ ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการออกคำสั่งต่างๆ และต้องระมัดระวังในการวิพากษ์วิจารณ์ผู้พิพากษาด้วย”

หลังคำตัดสินของผู้พิพากษา James Robart ที่ให้ยับยั้งคำสั่งฝ่ายบริหารเรื่องการห้ามพลเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐฯ ทางด้านสำนักงานปกป้องชายแดนและศุลกากรของสหรัฐฯ ก็ได้เริ่มอนุญาตให้ผู้ที่ต้องการเข้าสหรัฐฯ และมีวีซ่าถูกต้อง สามารถเดินทางเข้ามาในสหรัฐฯ ได้อีกครั้ง

แต่มีผู้ลี้ภัยชาวโซมาเลียราว 140 คนที่ยังไม่สามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้ หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์มีคำสั่งออกมา และขณะนี้ได้ถูกส่งตัวกลับไปยังค่ายผู้ลี้ภัยในเคนย่าโดยที่ยังไม่ทราบชะตากรรม


Cr:voathai

2


A demonstrator dressed as the Statue of Liberty takes part in a protest against U.S. President Donald Trump in London, Feb. 20, 2017.


ชาวอเมริกันเดินขบวนต้านนโยบาย "ทรัมป์"
ประชาชนหลายหมื่นคนทั่วสหรัฐฯ เดินขบวนแสดงจุดยืนต่อต้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในวันรำลึกประธานาธิบดี หรือ President Day

การเดินขบวนที่เรียกว่า 'ไม่ใช่ประธานาธิบดีของฉัน' หรือ 'Not my President Rally' มีขึ้นเพื่อสนับสนุนประชาชนต่างสีผิว คนเข้าเมือง ชาวมุสลิม แรงงาน กลุ่มคนรักเพศเดียวกัน และคนยากจน ทั่วสหรัฐฯ

การเดินขบวนมีขึ้นในหลายเมืองใหญ่รวมทั้งนครบอสตัน - รัฐแมสซาชูเซสต์ นครชิคาโก - รัฐอิลลินอยส์ และนครซีแอทเทิล - รัฐวอชิงตัน ซึ่งผู้ประท้วงต่างใช้คำว่าเป็น "วันต่อต้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์" ขณะที่เว็บไซท์ของการเดินขบวนระบุว่ามีผู้คนอย่างน้อย 30 เมืองที่เข้าร่วมการเดินขบวนในครั้งนี้

การเดินขบวนที่นครชิคาโก นั้นผู้ชุมนุมหลายร้อยคนปักหลักที่หน้าอาคารทรัมป์ ทาวเวอร์และชูป้าย ภาษาอังกฤษ อาราบิกและสเปน เรียกร้องให้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกนโยบายกีดกันคนเข้าเมือง


People carry posters during a rally in support of Muslim Americans and protest of President Donald Trump's immigration policies in Times Square, New York, Sunday, Feb. 19, 2017.

ชาวอังกฤษประท้วงต่อต้าน "ทรัมป์" เข้าประเทศ

ส่วนที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ชาวอังกฤษเดินขบวนด้านนอกอาหารรัฐสภา ขณะที่สมาชิกรัฐสภาอังกฤษกำลังถกอภิปรายกันว่าจะยกเลิกคำเชิญให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มาเยือนอังกฤษหรือไม่

เมื่อเดือนที่แล้ว นายกฯ อังกฤษ เธเรซ่า เมย์ เดินทางเยือนทำเนียบขาว และได้มีคำเชื้อเชิญให้ประธานาธิบดีทรัมป์มาเยือนอังกฤษภายในปีนี้เช่นกัน

แต่มีชาวอังกฤษกว่า 1 ล้าน 8 แสนคน ลงนามในคำร้องให้ยกเลิกการเยือนของผู้นำสหรัฐฯ แต่ก็มีผู้สนับสนุนการเลือกครั้งนี้ราว 3 แสนคน ที่ลงนามเพื่อไม่ให้มีการยกเลิกกำหนดการดังกล่าวเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนรัฐสภาอังกฤษจะไม่มีอำนาจชี้ขาดว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะมาเยือนอังกฤษได้หรือไม่ ขณะที่รัฐบาลอังกฤษยืนยันว่าการเยือนครั้งนี้จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพียงแต่ยังไม่ระบุวันเวลาเท่านั้น


Britain Protest against Trump

Cr:voathai

3


President Trump meeting with manufacturing CEOs at the White House, Feb. 23, 2017.

ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ พบปะกับบรรดาซีอีโอของบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ของสหรัฐฯ ในวันนี้ที่ทำเนียบขาว โดยได้กล่าวยกย่องความพยายามของบริษัทเหล่านั้นในการสร้างงานในอเมริกา แทนการย้ายไปตั้งโรงงานในต่างประเทศ

ผู้บริหารของบริษัทที่เข้าร่วมประชุม เช่น Lockheed Martin, General Electric, Ford Motor, Whirlpool และ Johnson & Johnson



President Donald Trump holds a meeting with manufacturing CEOs in the State Dining Room of the White House in Washington, Feb. 23, 2017.


ปัจจุบันมีคนอเมริกันกว่า 12 ล้านคนที่ทำงานอยู่ในภาคการผลิต แต่อเมริกาได้สูญเสียตำแหน่งงานด้านนี้ไปราว 5 ล้านตำแหน่งตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นมา

ปธน.ทรัมป์ รับปากกับผู้ร่วมประชุมว่า ตนจะนำตำแหน่งงานด้านการผลิตกลับมาสู่อเมริกาอีกครั้ง ด้วยการใช้นโยบายและมาตรการใหม่ๆ ทางการค้าและปฏิรูประบบภาษี



President Donald Trump is interviewed by Reuters in the Oval Office at the White House in Washington, Feb. 23, 2017.


ขณะเดียวกัน ปธน. ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์สในวันนี้ และได้กล่าวสนับสนุนนโยบายลดภาษีสินค้าส่งออก ซึ่งได้รับการผลักดันจากสมาชิกพรรครีพับลิกันในรัฐสภาว่า จะช่วยสร้างงานในสหรัฐฯ ได้จำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ มีท่าทีที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ โดยได้เคยกล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่าการจะปรับลดภาษีสินค้าส่งออกนั้นเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อน

หากการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นจริงจะถือเป็นการปรับเปลี่ยนด้านนโยบายภาษีครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ในรอบ 30 ปี

CR:voathai


4


FILE - The Google logo is seen at the Google headquarters in Brussels, March 23, 2010.
แบ่งปัน
 Print
Alphabet บริษัทแม่ Google พัฒนาซอฟแวร์ควบคุมบอลลูน เพื่อกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ต ซึ่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าวสามารถกำหนดจุดและระยะเวลาการลอยตัวของบอลลูนได้

Alphabet เรียกโครงการนี้ว่า “Project Loon” ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อนำสัญญาณอินเตอร์เน็ตสู่พื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเต็มรูปแบบ

การพัฒนาซอฟแวร์ล่าสุดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงการนี้

ในตอนแรก บริษัทเตรียมให้บอลลูนที่กระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตลอยตัวเป็นรูปวงกลมเหนือบริเวณที่ต้องกา รและมีการเคลื่อนที่ของบอลลูนที่จุดดังกล่าว

เมื่อเกิดซอฟแวร์ใหม่ขึ้นที่สามารถกำหนดจุดของการลอยตัว รูปแบบการปล่อยสัญญาณจึงเป็นการกระจายอินเตอร์เน็ตจากบอลลูนที่เกาะกลุ่มกันเป็นจุดๆ

5


ขณะที่ Fitch Ratings ระบุว่ารัฐบาล ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความเสี่ยงต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลก
ผู้บริหารของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐฯ 8 แห่ง เช่น ห้าง Target ร้านเสื้อผ้า Gap และห้างขายสินค้าอิเลคทรอนิคส์ Best Buy มุ่งหน้าไปยังกรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการเพิ่มอัตราภาษีสินค้านำเข้า ซึ่งจะทำให้สินค้าที่ห้างเหล่านี้วางขายมีราคาสูงขึ้น และอาจกระทบต่อธุรกิจของพวกตนได้

รอยเตอร์สรายงานว่า ผู้บริหารของทั้ง 8 บริษัท มีกำหนดพบหารือกับ สส.เควิน เบรดี้ ประธานคณะกรรมาธิการด้านภาษีของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และสมาชิกวุฒิสภาบางคน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าผู้บริหารกลุ่มนี้จะมีโอกาสพบหารือกับ ปธน.ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาวด้วยหรือไม่

สส.เบรดี้ คือผู้ผลักดันให้ใช้นโยบายลดภาษีเงินได้ของบริษัทต่างๆ ลงจาก 35% เหลือ 20% รวมทั้งไม่ต้องเสียภาษีสำหรับรายได้จากการส่งออกสินค้า และเพิ่มภาษีสำหรับสินค้านำเข้าเป็น 20%

คาดว่า ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศนโยบายภาษีใหม่นี้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน Fitch Ratings ระบุว่ารัฐบาล ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความเสี่ยงต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลก และอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดเงินกู้โลก

Fitch Ratings ชี้ว่าความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากนโยบายของทรัมป์ที่คาดเดาได้ยาก ทำให้เกิดความไม่แน่นอนซึ่งสร้างผลเสียทางเศรษฐกิจตามมา

ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจดังกล่าว รวมถึงความชะงักงันของการจัดทำข้อตกลงการค้า การชะลอตัวของเงินทุนระหว่างประเทศ ตลอดจนการจำกัดคนเข้าเมืองและเงินที่ส่งกลับประเทศต่างๆ ซึ่งล้วนอาจนำไปสู่ปัญหาความผันผวนของตลาดการเงินและอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม Fitch Ratings ชี้ว่ามีสัญญาณด้านดีบางอย่างออกมาจากรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดนี้ เช่น การที่ทรัมป์รับปากว่าจะเพิ่มการลงทุนในโครงการสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคในสหรัฐฯ การลดกฎเกณฑ์ที่ยุ่งยาก และการลดภาษี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่านโยบายเหล่านี้จะทำให้หนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน

Fitch Ratings ยังบอกด้วยว่าประเทศที่น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากนโยบายทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนของสหรัฐฯ ก็คือประเทศที่ทำการค้าใกล้ชิดกับสหรัฐฯ เช่น แคนาดา จีน ญี่ปุ่น เม็กซิโก และเยอรมนี

Cr : VOATHAI

6





ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งสร้างกำแพงกั้นพรมแดนติดกับประเทศเม็กซิโก กลายเป็นข่าวที่ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจ เพราะเกิดประเด็นขัดแย้งมากมาย
 
โดยชายแดนสหรัฐอเมริกา-เม็กซิโก ยาว 1,933 ไมล์ หรือ 3,110 กิโลเมตร จากมหาสมุทรแปซิฟิกถึงอ่าวเม็กซิโก ชายแดนราว 1,200 ไมล์อยู่ในรัฐเท็กซัส แต่มีเพียง 100 ไมล์ที่สร้างโดยมนุษย์ ในปี ค.ศ. 2006

ทั้งนี้ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ได้ลงนามอนุมัติ พระราชบัญญัติรั้วรักษาความปลอดภัย เป็นกฎหมายที่เพิ่มอำนาจควบคุมและมาตรการตรวจตราที่สูงขึ้น ทำให้ภายในปี ค.ศ.2016 กำแพงเกือบ 700 ไมล์ในเขตรัฐเท็กซัส อยู่ใต้การควบคุมของสหรัฐฯ

CR:springnews

7


Women computer science students are seen in class at Harvey Mudd College in California.

อธิการบดีของมหาวิทยาลัยเชื่อว่าสตรีและชนกลุ่มน้อยสร้างแนวคิดที่หลายหลากซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้มากขึ้นHarvey Mudd College เป็นชื่อของมหาวิทยาลัยขนาดเล็กแห่งหนึ่งทางตะวันออกของนครลอส แองเจลิส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสถาบันการศึกษาที่เรียกว่า The Claremont Colleges

และถึงแม้จะมีนักศึกษาเพียงราว 800 คน แต่กว่าครึ่งของบัณฑิตผู้จบการศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์เมื่อปีที่แล้วล้วนเป็นสตรี



Harvey Mudd College ปรับปรุงหลักสูตรวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ของตนเมื่อราวสิบปีที่แล้ว เพื่อให้สาขานี้ดูน่ากลัวน้อยลงสำหรับผู้ไม่มีพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์มาก่อน

และจัดให้นักศึกษาในหลักสูตรซึ่งมีพื้นฐานและความรู้ใกล้เคียงกันอยู่ในกลุ่มเดียวกัน เพื่อช่วยลดความไม่มั่นใจของผู้เรียนลง

ทั้งยังมีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้นักศึกษาเห็นว่าวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์นั้นเป็นวิชาที่สวยงามและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

คุณ Maria Klawe อธิการบดีของมหาวิทยาลัยแห่งนี้เชื่อว่า ในขณะที่คอมพิวเตอร์เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับแทบทุกด้านของชีวิต สตรีและชนกลุ่มน้อยจะสามารถสร้างแนวคิดที่หลายหลากซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้น ไม่ว่าปัญหาเหล่านั้นจะเป็นเรื่องสุขภาพ การศึกษา หรือสิ่งแวดล้อมก็ตาม

8


ผู้รู้ด้านสุขภาพเห็นข้อดีหลายอย่างจากการงีบสั้นๆ ระหว่างวัน ที่เกิดขึ้นกับนักกีฬาและคนวัยทำงาน

กิจกรรมและการบ้านที่อัดแน่นในชีวิตนักเรียนอเมริกัน ทำให้เยาวชนเหล่านี้จำนวนมากต้องอดนอน ดังนั้นจึงเกิดความคิดที่ว่าเด็กวัยเรียนเหล่านี้ควรมีสถานที่สำหรับการงีบหลับหรือพักผ่อนเป็นเวลาสั้นๆ ระหว่างวัน

หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal เสนอรายงานเกี่ยวกับ “Nap Clubs” หรือ “ชมรมงีบ” สำหรับนักเรียนมัธยมปลาย อย่างเช่นในรัฐนิวเม็กซิโก ที่โรงเรียนมััธยมปลาย Las Cruces High School ซึ่งมีสถานที่จัดให้นักเรียนนอนหลับเป็นเวลาสั้นๆ ระหว่างวัน

แนวทางดังกล่าวอาจจะสร้างความกังวลในหมู่กับผู้ปกครองและครูได้ว่า โรงเรียนเอาใจนักเรียนเกินไป นอกจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญบางคนเกรงว่าการนอนกลางวันยิ่งจะทำให้เด็กๆ มัธยมนอนไม่หลับตอนกลางคืน ซึ่งเป็นเวลานอนที่สำคัญที่สุด

แต่ผู้รู้ด้านสุขภาพเห็นข้อดีหลายอย่างจากการงีบสั้นๆ ระหว่างวัน

Raj Dasgupta นักวิจัยจากสมาคม American Academy of Sleep Medicine ซึ่งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัย Southern California กล่าวว่า ไม่ถือเป็นเรื่องแปลกหากพบว่า นักเรียนมัธยมปลายในสหรัฐฯ นอนเพียงวันละ 5 ชั่วโมง แทนที่จะเป็นตามที่แพทย์แนะนำ คือระหว่าง 8 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 9 ชั่วโมงครึ่ง

เขาพูดถึงข้อดีที่เกิดขึ้นจากการงีบสั้นๆ 15 ถึง 20 นาทีระหว่างวัน ที่เกิดขึ้นกับนักกีฬาระดับมหาวิทยาลัยและนักกีฬาอาชีพ

ในบทสัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal อาจารย์ Dasgupta ยังได้ชี้ให้เห็นว่า ขณะนี้เกิดความนิยมเรื่องการสร้างสถานที่การงีบกลางวันที่บริษัทหลายแห่งในสหรัฐฯ อีกด้วย

ส่วน Janet Ferone นักการศึกษาจากสถาบันเตรียมความพร้อมเข้ามหาวิทยาลัย Boston Community Leadership Academy กล่าวว่า ขณะนี้มีโครงการที่เรียกว่า Path Program ซึ่งให้นักเรียนมัธยมบางคนใช้เวลาในแต่ละวันเพื่อลดความเครียดและพักผ่อน

The Wall Street Journal รายงานด้วยว่า โรงเรียนรัฐบาลในเขตเมืองชิคาโกกำลังทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยชิคาโก้ ในการศึกษาผลจากการฝึกนักเรียนทำสมาธิเป็นเวลา 20 นาที เพื่อวิจัยผลที่เกิดขึ้นทางพฤติกรรมของนักเรียนเหล่านี้

สหรัฐฯ ไม่ใช่ประเทศแรกที่สนับสนุนให้นักเรียนพักผ่อนระหว่างวัน เพราะเมื่อ 3 ปีก่อน การศึกษาในประเทศบราซิลชี้ว่า การนอนงีบกลางวันส่งผลทางบวกต่อการเรียนรู้ของนักเรียน

และเมื่อนักการศึกษาเห็นผลที่น่าพอใจในสหรัฐฯ Sandy Peugh ผู้อำนวยการฝ่ายสุขภาพของโรงเรียนมัธยมที่เมือง Las Cruces ของรัฐนิวเม็กซิโก บอกว่าต้องการเห็น ห้องที่ให้นักเรียนงีบเอาแรง ที่เธอเรียกว่า “EnergyPods” ในเขตของเธอ ให้พอเพียงสำหรับนักเรียน 10,000 คน ซึ่งจำนวนมากเป็นนักเรียนที่เข้าข่ายรับอาหารกลางวันฟรีจากรัฐด้วย

(รายงานโดย Wall Street Journal / เรียบเรียงโดย รัตพล อ่อนสนิท)

9


ในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วิจารณ์โครงการวีซ่าที่อนุญาตให้บริษัทสหรัฐฯ นำเเรงงานต่างชาติที่มีความสามารถเข้ามาทำงานในประเทศ

เขาสัญญาว่าจะปรับเปลี่ยนโครงการนี้เพื่อให้ชาวอเมริกันเข้าทำงานในภาคเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น

ตลอดเวลาที่ผ่านมา บรรดาบริษัทเทคโนโลยีใช้วีซ่าชั่วคราว อาทิ วีซ่า H1B ในการนำเเรงงานชาวต่างประเทศที่มีความสามารถเข้ามาทำงาน ซึ่งทางบริษัทเหล่านี้บอกว่าเป็นแแรงงานที่หายากมากในสหรัฐฯ

ทุกวันที่ 1 เมษายนของทุกปี สหรัฐฯ จะจัดลอตเตอรี่เพื่อออกวีซ่าทำงานประเภทนี้จำนวน 65,000 วีซ่า และวีซ่านักศึกษาชาวต่างชาติที่มีปริญญาโทอีก 20,000 วีซ่า

โดยเมื่อปีที่แล้ว มีการร้องให้ออกวีซ่าเพิ่มขึ้นอีกมากกว่า 200,000 วีซ่า ซึ่งกลายเป็นสถิติใหม่

แต่บรรดาคนที่ไม่เห็นด้วยเเย้งว่า โครงการออกวีซ่าทำงานเเก่ชาวต่างชาติส่งผลเสียต่อเเรงงานชาวอเมริกัน พวกเขาชี้ว่าบริษัทต่างๆ ได้ใช้ประโยชน์จากโครงการนี้ โดยว่าจ้างเเรงงานชาวต่างชาติที่ไม่ได้มีความสามารถสูงนัก และให้ค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างตามตลาดแรงงาน



A foreign airline passenger is greeted by a Customs and Border Protection Officer at Hartsfield-Jackson International Airport in Atlanta, Georgia
บริษัทที่ใช้ประโยชน์จากโครงการวีซ่าทำงานประเภท H1B จำนวนมากที่สุด เป็นบริษัทเหมารับงานจากลูกค้าหรือ outsourcing ที่ให้บริการด้านคำปรึกษาทางไอที

ร่างคำสั่งประธานาธิบดีที่ได้เผยแแพร่ภายในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี ยังไม่บังคับใช้กฏระเบียบใหม่โดยทันที การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในกฏระเบียบที่ถูกปรับยังขึ้นอยู่กับหน่วยงานเฉพาะหน่วยงานและวุฒิสภาของสหรัฐฯ

หลายคนที่ได้อ่านร่างคำสั่งประธานิบดีฉบับนี้บอกว่า ยังมีรายละเอียดที่ขาดความชัดเจน

แต่ Ron Hira รองศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัย Howard ผู้ไม่เห็นด้วยกับโครงการวีซ่าเเรงงานต่างชาติ กล่าวว่า ตนมองว่าร่างคำสั่งเรื่องนี้จะเป็นขั้นตอนเเรกที่ดี เขากล่าวว่าหากสหรัฐฯ ปฏิรูปเรื่องนี้ ก็จะรักษาตำเเหน่งงานและสร้างงานหลายหมื่นตำเเหน่ง ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานชีวิตของแรงงานชาวอเมริกันหลายเเสนคน และจะช่วยรักษาวีซ่า H1B เอาไว้ใช้สำหรับเเรงงานต่างชาติที่เก่งที่สุดและฉลาดที่สุดเท่านั้น

จุดเเรกที่จะได้รับผลกระทบจากคำสั่งนี้น่าจะเป็นการออกวีซ่า H1B ประจำปี ที่ในขณะนี้เป็นระบบล็อตเตอรี่ แต่คณะบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์อาจจะออกวีซ่าด้วยการเลือกอนุมัติวีซ่าแก่เฉพาะตำเเหน่งงานที่เสนอให้ค่าตอบเเทนที่สูงขึ้นกว่าเดิม

หลายคนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกล่าวว่า การปฏิรูปเป็นสิ่งจำเป็นมานานเเล้ว แต่การควบคุมวีซ่าเเรงงานต่างชาติอย่างเข้มงวด หรือการควบคุมกฏหมายการย้ายถิ่นอาจสร้างผลเสียแบบไม่จงใจแก่อเมริกา

เพราะการกีดกันวีซ่าทำงานเเก่คนต่างชาติจะส่งผลเสียต่อความสามารถของสหรัฐฯ ในการเเข่งขันกับประเทศอื่น ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางของการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ในปัจจุบัน

Leezia Dhalla โฆษกของ FWD.us กลุ่มรณรงค์วีซ่าเเรงงานต่างด้าวที่ได้รับเงินสนับสนุนจากบรรดาบริษัทเทคชั้นนำที่เน้นเรื่องการโยกย้ายถิ่น กล่าวว่า สหรัฐฯ ควรใช้ประโยชน์จากความสามารถของนักธุรกิจที่เกิดในต่างแดน และนักศึกษาต่างชาติ แทนที่จะผลักดันให้คนเหล่านี้ไปทำงานในประเทศอื่นๆ ที่เเข่งขันกับสหรัฐฯ

(รายงานโดย Michelle Quinn / เรียบเรียงโดย ทักษิณา ข่ายแก้ว)

10


Shots Fired White House
แบ่งปัน
 Print

นางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่ง เลือกนักออกแบบภายในเชื้อสายลาวให้ช่วยตกแต่งทำเนียบขาว

หนังสือพิมพ์ของสหรัฐฯ หลายฉบับ เช่น Washington Post รายงานว่าสตรีอเมริกันเชื้อสายลาวที่จะรับหน้าที่ตกแต่งภายในทำเนียบขาวคือ คุณ Tham Kannalikham

WWD เป็นสื่อแรกที่รายงานข่าวนี้ ซึ่งระบุว่าเธอเคยทำงานที่บริษัทแบรนด์ดัง Ralph Lauren Home

นิตยสาร Architectural Digest ระบุว่า ดีไซน์เนอร์อายุ 40 ปีผู้นี้เติบโตที่เมืองสต็อกตัน รัฐแคลิฟอร์เนีย และศึกษาด้านการออกแบบที่สถาบัน Fashion Institute of Technology แห่งนครนิวยอร์ก

ผู้ที่เคยพบและทราบถึงผลงานของ Tham Kannalikham บอกว่าเธอมีความชอบศิลปะแนวคลาสสิก และเน้นความอยู่สบายของงานตกแต่งภายใน

คุณ Tham กล่าวว่าเธอรู้สึกเป็นเกียรติกับโอกาสนี้ที่จะทำงานร่วมกับสตรีหมายเลขหนึ่ง ในการทำให้ทำเนียบขาวมีความรู้สึกเหมือนบ้านสำหรับครอบครัวทรัมป์

ทั้งนี้ นางเมลาเนีย ทรัมป์ ยังจะอยู่ที่นครนิวยอร์กบนตึก Trump Tower และไม่ย้ายมาอยู่ทำเนียบขาวที่กรุงวอชิงตัน อย่างน้อยจนว่าที่ลูกชายบารอน วัย 10 ปี จะเรียนจบปีการศึกษาปัจจุบันที่โรงเรียนเอกชนบนเกาะแมนฮัตตันเสียก่อน

Cr : voathai

11


A woman crosses the street outside of the 9th U.S. Circuit Court of Appeals in San Francisco, Feb. 8, 2017. A federal appeals court will decide by end of day Thursday whether to reinstate President Donald Trump's controversial travel ban.


ศาลอุทธรณ์ภาค 9 รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในนครซาน ฟรานซิสโก ประกาศคำวินิจฉัยให้ยืนตามคำสั่งของผู้พิพากษาศาลชั้นต้นรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ให้ระงับการปฏบัติตามคำสั่งพิเศษฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี ทรัมป์ ที่ลงนามคำสั่งห้ามผู้ลี้ภัยชายซีเรียเดินเข้าประเทศอย่างไม่มีกำหนด

และห้ามคนเข้าเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐเป็นการชั่วคราว 90 วัน เมื่อค่ำวันพฤหัสบดี (9 ก.พ.) ตามเวลาของสหรัฐฯ

แถลงการณ์ของศาลอุทธรณ์ภาค 9 ระบุว่า "เรามีความเห็นว่ารัฐบาลไม่ได้แสดงให้เห็นถึงโอกาสของความสำเร็จในเนื้อหาของการอุทธรณ์ และ ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวจะเป็นสาเหตุให้เกิดการความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้"



Judge William Canby - Judge Richard Clifton - Judge Michelle Friedland

คำวินิจฉัยของผู้พิพากษาทั้ง 3 คน ของศาลอุทธรณ์ภาค 9 ส่งผลให้กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ไม่สามารถนำคำสั่งของผู้นำฝ่ายบริหารไปปฏิบัติได้

และคาดว่าจะมีการอุทธรณ์เรื่องนี่้ไปยังศาลฎีกา หรือศาลสูงสุดของสหรัฐฯ เพื่อให้มีคำวินิจฉัยเป็นเด็ดขาด

ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทวีตบนทวีตเตอร์ส่วนตัวในเกือบจะทันทีที่ศาลมีคำสั่งวินิจฉัย ว่า

'แล้วเจอกันที่ศาลสูงฯ ความปลอดภัยของประเทศเราแขวนอยู่บนความเสี่ยง'


Cr : voathai

12


 เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – ภาพปรากฏเผยแพร่ไปทั่วโลกของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบามา ในกีฬาทางน้ำสุดผาดโผนกีฬาไคท์เซิร์ฟ(kitesurf) ที่รวมเอาทักษะทางด้านเซิร์ฟ สโนว์บอร์ด สเก็ตบอร์ด และเวคบอร์ด เข้าด้วยกันกับการต้องพยุงตัวเหนือผิวน้ำจากว่าวขนาดใหญ่ที่พยุงผู้เล่นไว้ด้วยทิศทางลม ในทริปบนเกาะส่วนตัวสุดหรูกลางหมู่เกาะบริติชเวอร์จินของเพื่อนอภิมหาเศรษฐีอังกฤษ ริชาร์ด แบรนสัน( Richard Branson) แสดงให้เห็นความสามารถอีกด้านของอดีตผู้นำสหรัฐฯ
       
       เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษรายงานเมื่อวานนี้(8 ก.พ) ถึงภาพการเล่นกีฬาทางน้ำสุดผาดโผนล่าสุดของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบามา ที่เรียกว่า ไคท์เซิร์ฟ(kitesurf) ที่รวมเอาหลายทักษะเข้าด้วยกันบนเกาะมอสกิโต(Moskito)ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ดินแดนเขตโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักรอังกฤษ กลางทะเลแคริบเบียน ที่เพื่อนมหาเศรษฐีชาวอังกฤษ นักธุรกิจบนหมู่เกาะเวอร์จินแห่งนี้ ริชาร์ด แบรนสัน( Richard Branson)เป็นผู้เชื่อเชิญครอบครัวหมายเลข 1 สหรัฐฯที่เพิ่งย้ายออกมาจากทำเนียบขาว
       
       โดยภาพเหล่านี้ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะในวันอังคาร(7 ก.พ)ผ่านการเปิดเผยของแบรนสันบนบล็อก รวมไปถึงทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และอินสตราแกรม ที่มีทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวของอดีตผู้นำสหรัฐฯ ที่พบว่าโอบามาปรากฎตัวต่อสาธารณะครั้งสุดท้ายขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางออกจากพิธีสาบานตนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ในวันศุกร์ ที่ 20 ม.ค ก่อนหน้านี้
       
       สื่ออังกฤษรายงานว่า เฉพาะแค่ในช่วงบ่ายวันอังคาร(7 ก.พ) อภิมหาเศรษฐีผู้ดีได้โพสต์ทวิตเตอร์เพื่อลิงก์ไปยังวิดีโอคลิปการเล่นกีฬาไคท์เซิร์ฟถึง 5 ครั้งด้วยกัน และทำให้มีการรีทวีตต่อถึง 6,000 ครั้ง ในขณะที่เฟซบุ๊กของเขาได้โพสต์ภาพส่วนตัวระหว่างตัวเขาและโอบามาในการใช้ช่วงเวลาวันหยุด โดยเป็นปรากฏภาพที่คนทั้งคู่ต่างอยู่ในอารมณ์ต่อสู้กันอย่างสนุกสนานบนชายหาดทรายที่มีผู้แชร์ต่อถึง 2,000 ครั้ง เดอะการ์เดียนรายงาน
       
       ในขณะที่ต้นตอการเผยแพร่นั้นมาจากเว็บไซต์บริษัทเวอร์จินของแบรนสันนั้นถูกแชร์ต่อไม่ต่ำกว่า 37,000 ครั้ง ส่วนภาพของโอบามาถูกโพสต์ผ่านแอกเคาน์อินสตราแกรมนั้นสามารถดึงดูดคนกว่า 1 ใน 4 ของคนร่วมล้านให้เข้าชม
       
       เดอะการ์เดียนรายงานว่าและ ในการโพสต์บล็อกภาพวันหยุดบนเกาะมอสกิโตของอดีตประธานาธิบดีโอบามา ริชาร์ด แบรนสันโพสต์ลงบนเว็บไซต์ของเวอร์จินโดยใช้หัวข้อ “ริชาร์ด VS บารัค และการท้าทายของไคท์บอร์ดและฟอลบอร์ด( foilboard)” ซึ่งในการพักผ่อนของโอบามาที่เกาะส่วนตัวแห่งนี้ที่เขาได้เช่าไว้
       
       นอกจากที่แบรนสันจะโพสต์ภาพอดีตผู้นำสหรัฐฯแล้ว อภิมหาเศรษฐีชาวอังกฤษรายนี้ยังไม่ลืมโปรโมทความสะดวกสบายของสิ่งปลูกสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆบนเกาะที่เขาได้สร้างสรรค์สำหรับธุรกิจของตัวเอง โดยกล่าวว่า “เรามีทุกสิ่งที่อำนวยความสะดวกรวมไปถึงทีมมืออาชีพสำหรับทุกคนที่ต้องการเรียนรู้การเล่นกีฬาไคท์เซิร์ฟสุดผาดโผน” แบรนสันกล่าว
       
       และยังกล่าวต่อถึงอดีตผู้นำสหรัฐฯและกีฬายอดนิยมชนิดนี้ว่า “บารัคเริ่มต้นเรียนรู้การเล่นไคท์เซิร์ฟจากหาดบนเกาะเนคตาร์(Necker)เป็นระยะเวลาการฝึกฝนอย่างเข้นข้นถึง 2 วันเต็ม โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นพื้นฐานรวมไปถึงการชักว่าวขนาดใหญ่ เหมือนราวกับว่าได้ย้อนกลับไปในวัยเยาว์อีกครั้ง” แบรนสันกล่าว
       
       และอภิมาหเศรษฐีชาวอังกฤษยังกล่าวต่อผ่านเว็บไซต์ว่า “การที่เป็นถึงประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาทำให้ตัวเขาเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา แต่ทว่าบารัคยังสามารถทำให้ตัวเองสนุกสนานจากเกมส์กีฬาและเรียนรู้กับมันได้”
       
       เดลิเมล รายงานเพิ่มเติมว่า อภิมหาเศรษฐีชาวอังกฤษรายนี้เป็นเจ้าของ 2 เกาะด้วยกันคือเกาะมอสกิโต และเกาะเนคตาร์ และนอกจากที่ทั้งแบรนสันและโอบามาได้เล่นกีฬาไคท์เซิร์ฟร่วมกันแล้ว ยังพบว่าคนทั้งคู่ยังได้ทำการพนันในเกมส์กีฬาในวันสุดท้ายของวันหยุดของโอบามาว่า ใครจะอยู่ได้อึดนานกว่ากันบนไคท์บอร์ด และพบว่าอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯเป็นฝ่ายมีชัย
       
       และหลังจากนั้นอดีตผู้นำสหรัฐฯและอดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 มิเชล โอบามาเดินทางกลับมายังกรุงวอชิงตัน ดีซี อีกครั้ง ซึ่งคนทั้งคู่เลือกที่จะอาศัยอยู่ที่นี่ในช่วงระหว่างที่บุตรสาวคนเล็กยังศึกษาอยู่ในระดับไฮสกุลจนกว่าจะสำเร็จการศึกษา
       
       อย่างไรก็ตาม เดอะการ์เดียนรายงานว่า ภาพการใช้เวลาวันหยุดส่วนตัวหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการเป็นผู้นำสหรัฐฯมายาวนานถึง 8 ปี และมีคำอำลาสุดท้ายว่า “ขอให้ชาวอเมริกันทุกคนโชคดี” นั้นสร้างเสียงทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยให้กับบรรดาชาวอินเตอร์เนตที่ได้พบเห็น โดยเฉพาะชาวอเมริกันที่ต่างหวาดหวั่นถึงนโยบายที่ยังไม่แน่นอนของทรัมป์ซึ่งนั่งบัญชาการอยู่ในทำเนียบขาว
       
       โดยหนึ่งในชาวอเมริกันได้โพสต์ข้อความบนเว็บไซต์ขเฟซบุ๊กของแบรนสันหลังจากได้เห็นภาพของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯเล่นไคท์เซิร์ฟแล้ว โดยข้อความกล่าวว่า “บารัคกลับมาที่นี่เดี๋ยวนี้ พวกเราต้องการคุณ”
       
       ในขณะที่อีกรายแสดงความเห็นว่า “คงง่ายกว่ามากที่จะอยู่บนเรือลำนั้น มากกว่าที่จะช่วยเหลือชาวอเมริกันผิวดำที่ยากไร้ในชิคาโก น่าประหลาด..เดโมแครตอยู่กับพวกอภิสิทธิ์ชน และคนเหล่านี้อ้างตัวว่าพวกเขาอยู่ข้างกับคนที่ไร้ทางเลือก พวก 2 มาตรฐาน”
       
       ทั้งนี้จากข้อมูลบนเว็บไซต์ sites.google.com/site/aom31234/home/khxmul-keiyw-kab-kitesurf ได้เปิดเผยถึงกีฬาประเภทนี้ว่า เริ่มเป็นที่นิยมในเมืองไทยมากขึ้น โดยหมูหินดอทคอมผู้เขียนเว็บไซต์แนะนำว่า กีฬาประเภทนี้เป็นอันตรายต่อตัวผู้เล่นหากไม่ได้รับการฝึกอย่างถูกต้อง และรวมทั้งสภาวะทางร่างกายต้องมีความแข็งแกร่งอย่างเพียงพอ เพราะเป็นกีฬาที่รวมเอาทักษะของกีฬาหลายประเภทเข้าด้วยกันไม่ว่าจะเป็นทักษะทางด้านเซิร์ฟ สโนว์บอร์ด สเก็ตบอร์ด และเวคบอร์ด รวมไปถึงทักษะการทำให้ว่าวขนาดใหญ่บินขึ้นเหมือนที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯต้องเรียนรู้
       
       นอกจากนี้ในการทรงตัวเหนือผิวน้ำจากว่าวขนาดใหญ่นั้น ผู้เล่นต้องพยุงตัวบนบอร์ดและเซิร์ฟบนผิวน้ำด้วยความเร็วและความสูงกว่า 10 ม.กลางอากาศ พร้อมกันนั้นผู้เขียน หมูหินดอทคอมยังชี้ต่อว่า พร้อมกันนั้นผู้เล่นต้องแสดงท่าผาดโผนกลางอากาศไปพร้อมกัน แต่อย่างไรก็ตามในการรายงานของเดอะการ์เดียนไม่ได้เปิดเผยว่า โอบามาได้แสดงท่าผาดโผนสุดเร้าใจด้วยหรือไม่









โดย MGR Online

13


Trump


หลายหน่วยงานยื่นฟ้องศาลเอาผิด 'ทรัมป์' ออกคำสั่งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเลือกปฏิบัติต่อชาวมุสลิม ด้านอดีตประธานาธิบดี 'โอบามา' แถลงผ่านโฆษกแสดงความกังวลถึง 'ค่านิยมชาวอเมริกัน'ที่ถูกนำไปแขวนบนเส้นด้วย
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งปลด นางแซลลี เยตส์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ออกจากตำแหน่งในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังจากรักษาการ รมต.ยุติธรรม สั่งให้เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะปกป้องการออกคำสั่งห้ามคนเข้าเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิมซึ่งเป็นคำสั่งพิเศษฝ่ายบริหารของ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์


แถลงการของทำเนียบขาวระบุว่า นางแซลลี เยตส์ ที่รักษาการในตำแหน่งนี้มาจากรัฐบาลชุดเก่าของ นายบารัค โอบามา นั้น 'ทรยศต่อกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯด้วยการปฏิเสธที่จะบังคับใช้กฎหมายที่เป็นคำสั่งเพื่อปกป้องพลเมืองชาวอเมริกัน'

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ คนนี้ 'มีจุดอ่อนในเรื่องการปกป้องชายแดนและกฎหมายด้านการตรวจคนเข้าเมือง'



Deputy Attorney General Sally Quillian Yates, testifies during the Senate Judiciary Committee hearing on Capitol Hill in Washington, July 8, 2015.
ปธน.ทรัมป์ ได้แต่งตั้ง นางดานา โบเอนเต อัยการศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เขตตะวันออกของรัฐเวอร์จิเนีย ขึ้นรักษาการแทน จนกว่า นายเจฟฟ์ เซสชั่น ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯคนใหม่ที่ได้รับเลือกจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ขึ้นรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อผ่านการลงมติจากวุฒิสภา

ก่อนหน้านี้ นางแซลลี เยตส์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ เขียนจดหมายถึงเจ้าหน้าที่กฎหมายและอัยการในกระทรวงยุติธรรมว่า 'จะขอรับผิดชอบในการสร้างความมั่นใจว่าบทบาทการทำหน้าที่ในศาลยุติธรรมของฝ่ายอัยการนั้นจะยังคงสอดคล้องกับภาระหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันที่มุ่งมั่นแสวงหาความยุติธรรมและยืนหยัดในความถูกต้อง'

หลายหน่วยงานยื่นฟ้องคำสั่ง 'ทรัมป์' ผิดรัฐธรรมนูญ

หลายหน่วยงานยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ กรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกคำสั่งพิเศษฝ่ายบริหารในการห้ามคนเข้าเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิมเข้าสหรัฐฯเป็นเวลา 90 วัน และระงับการรับผู้ลี้ภัยเป็นเวลา 120 วัน ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ ในวันจันทร์ (30 ม.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ

สมาชิกองค์กร สภาว่าด้วยความสัมพันธ์อเมริกัน-อิสลาม หรือ Council on American-Islamic Relations (CAIR) ยื่นฟ้องที่ศาลรัฐบาลกลางในรัฐเวอร์จิเนีย ขณะที่อีกส่วนหนึ่งคืออธิบดีกรมอัยการของรัฐวอชิงตัน รัฐทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ยื่นฟ้องในกรณีเดียวกันเพื่อให้ศาลพิจารณาว่าการประกาศห้ามคนเข้าเมืองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา



Trump Refugees Lawsuit
Lena Masri ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายของ สภาว่าด้วยความสัมพันธ์อเมริกัน-อิสลามบอกว่า การยื่นฟ้องเป็นการยื่นฟ้องภายใต้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ ในนามพลเมืองชาวอเมริกันและที่ไม่ใช่พลเมืองอเมริกัน และระบุว่าคำสั่งของ ทรัมป์ นั้นเป็นการกีดกันชาวมุสลิมซึ่งมีความชอบธรรมทางกฎหมายที่จะอยู่อาศัยในสหรัฐฯไม่ให้เข้าในสหรัฐฯ



Trump Immigration
'โอบามา' แถลงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดเลือกปฏิบัติทางความเชื่อและศาสนาด้วยการเอา 'ค่านิยมขาวอเมริกัน' ไปแขวนเป็นเดิมพัน

นายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงความคิดเห็นเป็นครั้งแรกผ่านนายเควิน ลีวิส โฆษกส่วนตัวว่า รู้สึกมีกำลังใจที่ได้เห็นการยกระดับความสนใจในเรื่องนี้จากชุมชนต่างทั่วประเทศ และพลเมืองชาวอเมริกันกำลังใช้สิทธิของตนตามรัฐธรรมนูญในการที่จะจัดการชุมนุมและแสดงความคิดเห็นให้ผู้ที่พวกเขาได้เลือกตั้งเข้าไปได้รับฟัง และเป็นสิ่งที่คาดหวังที่จะได้เห็นอย่างเต็มที่ในยามที่ค่านิยมของชาวอเมริกันถูกนำไปเป็นเดิมพัน



U.S. President-elect Donald Trump greets outgoing President Barack Obama (R) before Trump is inaugurated during ceremonies on the Capitol in Washington, U.S., January 20, 2017. REUTERS/Carlos Barria - RTSWI3I
โฆษกของประธานาธิบดีโอบามา ไม่ได้กล่าวถึงชื่อของประธานาธิบดีทรัมป์ หรือพาดพิงการออกคำสั่งพิเศษฝ่ายบริหารดังกล่าวแต่กล่าวว่า อดีตประธานาธิบดีโอบามา ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับแนวคิดที่จะเลือกปฏิบัติต่อบุคคลเพียงเพราะสืบเนื่องจากความเชื่อหรือศาสนาของบุคคลเหล่านั้น

ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวพาดพิงถึง คำสั่งในสมัยเมื่อครั้งนาย บารัค โอบามา เป็นประธานาธิบดีว่า ได้เคยสั่งยับยั้งคนเข้าเมืองจากอิรัก เมื่อปี ค.ศ.2011 หลังจากทางการ FBI ค้นพบว่าอาจมีผู้ก่อการร้ายจำนวนหนึ่งเตรียมเดินทางเข้าสหรัฐฯ ผ่านโครงการผู้ลี้ภัย 2 ปีก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโอบามา ไม่ได้ออกคำสั่งที่จะห้ามผู้อพยพชาวอิรัก เพียงแต่ออกคำสั่งให้มีการเข้มงวดกวดขันมากยิ่งขึ้นเพื่อชะลอการรับคนเข้าเมืองจากอิรักเท่านั้น ซึ่งตามประเพณีที่ถือปฏิบัติกันมา อดีตประธานาธิบดีมักจะไม่แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่รับตำแหนางประธานาธิบดีคนใหม่ เพื่อให้พื้นที่และเวลาในการทำงาน แต่ ประธานาธิบดีโอบามา เรียกตนเองว่า เป็นพลเมืองชาวอเมริกันที่มีความวิตกกังวลอย่างลึกซึ้งต่อประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับค่านิยมของอเมริกาเป็นสำคัญ

Cr : voathai.com

14

Illegal Immigration

เกิดปฏิกิริยาตอบรับมากมายในสหรัฐฯ หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งพิเศษฝ่ายบริหารในการสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก รวมไปถึงคำสั่งในนโยบายตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดกับผู้หลบหนีเข้าเมืองและปฏิเสธผู้อพยพจากต่างชาติ

โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสถานีโทรทัศน์ ABC ยืนยันถึงความมั่นใจในการลงนามคำสั่งพิเศษฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีสหรัฐฯ หรือ Executive Order เพื่อสร้างกำแพงกั้นแนวชายแดนสหรัฐและเม็กซิโก ที่จะส่งผลดีต่อทั้งสองประเทศ รวมทั้งความมั่นคงตามแนวชายแดนของสหรัฐฯ



Donald Trump a signé deux décrets limitant l'immigration et lançant la construction d'un mur entre les Etats-Unis et le Mexique, un de ses grands thèmes de campagne.
Jim Chilton เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ในรัฐแอริโซนา ริมชายแดนเม็กซิโก เห็นด้วยกับการสร้างแนวกำแพง เพราะนอกจากจะไม่ต้องเผชิญกับการลักลอบเข้ามาทำลายแนวรั้วกั้นปศุสัตว์ และจุดไฟเผาอยู่เป็นประจำแล้ว เขายังบอกด้วยว่าต่อไปคงจะไม่มีคนเข้าเมืองผิดกฎเมืองต้องมาเสียชีวิตกลางทะเลทรายที่ร้อนระอุทางตอนใต้ของอเมริกาอีก

ขณะที่บาทหลวง Randy Mayer ผู้สนับสนุนสิทธิของคนเข้าเมือง บอกว่า การสร้างกำแพงเปรียบเสมือนการไร้ความเคารพประเทศเพื่อนบ้าน และควรหันมาสวมกอดผู้คนเหล่านั้นด้วยการสร้างสะพานเชื่อมสัมพันธ์กันมากกว่า

นโยบายที่แข็งกร้าวต่อคนเข้าเมืองของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ผู้เข้าเมืองที่ไม่มีเอกสารในหลายรัฐ พยายามรวมกลุ่มหาคำปรึกษาจากองค์กรช่วยเหลือเพื่อเรียนรู้การตรียมตัวในยามต้องเผชิญกับเจ้าหน้าที่

Maria Herrera จากรัฐแมรีแลนด์ บอกว่า พวกเธอต่างหวาดกลัวในอำนาจของประธานาธิบดีทรัมป์

Dan Stein ประธานสหพันธ์เพื่อการปฏิรูปการอพยพเข้าเมืองอเมริกัน บอกว่า ไม่ง่ายนักสำหรับเจ้าหน้าที่ที่จะบังคับใช้กฎหมายด้วยแนวทางนี้ เพราะการบังคับใช้กฎหมายที่มักจะไปกำหนดถึงการมีสิทธิหรือไม่มีสิทธิอาศัยของคนนั้น ก็เพื่อจะคัดค้านการปฏิรูปกฎหมายการอพยพเข้าเมือง

ที่ผ่านมามีหลายเมืองในสหรัฐฯ ที่มีความพร้อมและมีแผนจะเปิดรับผู้อพยพเข้าเมืองมาอาศัย

Christopher Lourus นายกเทศมนตรีเมืองลัทแลนด์ ในรัฐเวอร์มอนท์ ที่มีแผนเตรียมเปิดรับผู้อพยพกว่า 100 คนจากซีเรียก่อนหน้านี้ บอกว่า แผนการช่วยเหลือนอกจากจะเป็นโอกาสทำในสิ่งที่ถูกต้องและแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนมนุษย์แล้ว ยังคาดหวังว่ากลุ่มผู้อพยพจะสามารถตั้งรกรากและเข้าเป็นเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และช่วยงานในส่วนที่ต้องการได้

แต่แผนการรับผู้อพยพเหล่านั้นอาจจะต้องล่าช้าออกไปหลังการประกาศคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีทรัมป์

Cr: voathai.com

15


FILE - Workers raise a taller fence along the Mexico-US border between the towns of Anapra, Mexico and Sunland Park, New Mexico, Nov. 10, 2016.

ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร หลังจากเดินทางเยี่ยมเยือนกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ (Homeland Security) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลตามแนวพรมแดนของสหรัฐฯ

คำสั่งที่ว่านี้ถือเป็นนโยบายสำคัญที่ทรัมป์หาเสียงไว้ และเมื่อเขาไปหาเสียงที่ใด ผู้สนับสนุนเขาก็มักตะโกนว่า "Build the Wall" หรือ "สร้างกำแพง!"



n this May 1, 2016 picture, Eva Lara, second from let, reacts as she reaches for her grandmother Juana Lara through the border wall during a brief visitation near where Mexico and the United States meet at the Pacific Ocean in San Diego.

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวกับ ABC News ว่ากระบวนการก่อสร้างกำแพงจะเริ่มขึ้นทันทีในอีกไม่กี่เดือน และรัฐบาลเม็กซิโกจะเป็นผู้จ่ายค้าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งจะเป็นไปในรูปแบบที่ซับซ้อน กล่าวคือจะไม่ใช่การจ่ายโดยตรงระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเม็กซิโกยืนยันหลายครั้งก่อนหน้านี้ว่าจะไม่จ่ายค่าก่อสร้างกำแพงดังกล่าว

เวลานี้ แนวพรมแดนของสหรัฐฯ - เม็กซิโก ส่วนใหญ๋กั้นด้วยรั้วลวดหนาม และจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองคอยลาดตระเวณ รวมทั้งมีการติดตั้งกล้องวิดีโอตามจุดต่างๆ และใช้เครื่องบินโดรนในการบินลาดตระเวณด้วย

ประธานาธิบดีเม็กซิโก เอ็นริเก้ พีน่า นีเอโต้ จะเดินทางมายังทำเนียบขาวในสัปดาห์หน้า เพื่อหารือเรื่องการสร้างกำแพง และประเด็นด้านความมั่นคงตามแนวพรมแดน รวมทั้งการค้าระหว่างสองประเทศ




Protesters build a wall of signs outside the White House for the Women's March on Washington during the first full day of Donald Trump's presidency, Jan. 21, 2017.
ด้านโฆษกทำเนียบขาว ฌอน สไปเซอร์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สหรัฐฯ จะสร้างศูนย์กักกันคนเข้าเมืองตลอดแนวพรมแดน เพื่อรองรับคนลักลอบเข้าเมืองก่อนที่จะส่งตัวกลับประเทศ

และประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังพิจารณาใช้มาตรการระงับคำขอลี้ภัยเข้ามาในสหรัฐฯ เป็นเวลา 4 เดือน รวมทั้งคำสั่งห้ามพลเมืองจากประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ได้แก่ อิรัก อิหร่าน ลิเบีย ซีเรีย โซมาเลีย ซูดาน และเยเมน เดินทางเข้ามาสหรัฐฯ เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน



US President Donald Trump prepares to sign an executive order at Homeland Security headquarters in Washington, Jan. 25, 2017.
นอกจากคำสั่งให้สร้างกำแพงแล้วแล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์ยังมุ่งเป้าปราบปรามพื้นที่หลบภัยของผู้ลักลอบเข้าเมือง ในเมืองต่างๆ หลายร้อยเมืองทั่วสหรัฐฯ ที่เรียกว่า "Sanctuary City" ซึ่งหมายถึงเมืองที่เจ้าหน้าที่รักษากฎหมายในเมืองเหล่านั้นมักปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางในการระบุและจับกุมผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายเพื่อส่งตัวกลับประเทศ

เมืองที่ว่านี้มีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กปะปนกัน และมีหลายเมืองที่อยู่ในรัฐที่ทรัมป์ชนะเลือกตั้งด้วย


Cr : voathai.com

หน้า: 1 2 3 ... 14