แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - far1122

หน้า: 1 2 3 ... 7
1

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรแปะก๊วย[/url][/size][/b]
แปะก๊วย Ginkgo biloba L.แปะก๊วย (จีน)
ไม้ใหญ่ ผลัดใบ สูง 10-25 มัธยม ทุกส่วนไม่มีขน แตกกิ่งก้านสาขาห่างๆเปลือกสีเทา ต้นแก่เปลือกสีน้ำตาลอมเหลือง ใบ ออกมาจากปลายกิ่งสั้น กิ่งละ 3-5 ใบ รูปพัดจีน กว้าง 5-8 ซม. ยาวราวๆ 8 ซม. ปลายใบเว้ากึ่งกลาง มีรอยเว้าตื้นๆหลายที่ หรือเป็นคลื่น โคนใบแหลม ขอบของใบเรียบ เส้นใบเรียงถี่ๆเป็นรูปพัด ใบอ่อนสีเขียวอ่อน ใบแก่สีเขียวเข้ม ก่อนผลัดใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ก้านใบเรียวยาว ดอก เป็นดอกแยกเพศ และอยู่ต่างต้นกัน ออกที่ปลายกิ่งสั้น รอบๆเดียวกับที่เกิดใบ ดอกเพศผู้ แต่ละกิ่งจะออกโดยประมาณ 4-6 ช่อ ลักษณะช่อเป็นแท่งแขวนลง มีเกสรเพศผู้จำนวนไม่น้อย สมุนไพร อับเรณูติดที่ปลายก้านเกสร มี 2 ลอน ดอกเพศภรรยา ออกกิ่งละ 2-3 ดอก ดอกมีก้านยาว ที่ปลายก้านมีไข่ 2 เมล็ด ไข่ไม่มีรังไข่หุ้มห่อ แต่มักจะเจริญเติบโตเพียงแค่เม็ดเดียว  ผล รูปค่อนข้างจะกลม หรือ รี มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 3 เซนติเมตร สำเร็จชนิดมีเนื้อนุ่มแม้กระนั้นเมล็ดแข็ง เมื่อสุกสีเหลือง ผิวมีนวล กลิ่นค่อนข้าเหม็น เม็ด รูปรี หรือ รูปไข่ เปลือกแข็ง สีออกเหลืองนวล เนื้อด้านในเมล็ดเมื่อทำให้สุกใช้เป็นอาหารได้อีกทั้งคาว และก็หวาน เรียกว่า “แปะก๊วย”

นิเวศน์วิทยา
: มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน รวมทั้งญี่ปุ่น มีการกระจายประเภทไปในทวีปอเมริกาและยุโรป นิยมปลูกเป็นไม้ประดับในสวน แล้วก็ตามริมถนน หรือ ปลูกเพื่อกินเนื้อในของเม็ด
สรรพคุณ : ใบ สารสกัดจากใบมีฤทธิ์สำหรับเพื่อการช่วยไหลเวียนเลือด มีฤทธิ์ฆ่าแมลงศัตรูพืช เม็ด กินได้เมื่อขจัดพิษออกแล้ว ใช้เป็นยาฝาดสมาน ยับยั้งประสาท ขับเสลด แก้ไอ โรคหืดหอบ บำรุงร่างกาย ฟอกเลือด ขับพยาธิ ลดไข้ และสารสกัดจากเมล็ดมีฤทธิ์เป็นยาปฏิชีวนะต่อเชื้อวัณโรค เปลือกเม็ดมีฤทธิ์กัดทำลาย เมื่อสัมผัสจะมีผลให้ผิวหนังอักเสบและก็มีผู้นำมาใช้เป็นยาฆ่าแมลง

2

สมุนไพรติ้วตำ
ติ้วตำ Cratoxylum sumatranum (Jack) Blume ssp. neriifolium (Kurz) Gogelein
บางถิ่นเรียก ติ้วตำ ติ้วเสลา (ภาคเหนือ) ขี้ติ้ว (เชียงใหม่) สลิว (ภาคกลาง)
ไม้ต้น สูง 10-35 ม. กิ่งไม้เกลี้ยง เปลือกสีเทา มีรอยแตกตามยา ยอดอ่อนมีรอยแผลเป็นอยู่ระหว่างโคนก้านใบที่เกิดขึ้นมาจากหูใบหลุดร่วงไปเห็นได้ชัด ใบ ลำพัง ออกตรงกันข้าม รูปรีถึงรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 2-7 ซม. ยาว 4-18 เซนติเมตร ปลายใบมน หรือ เป็นติ่งแหลม โคนใบเว้าน้อย กลม หรือ แหลม ขอบของใบเรียบ ข้างล่างมักจะมีสีอ่อน ก้านใบสั้นมากมาย หรือ ไม่มีเลย ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง และตามง่ามใบ สมุนไพร มีดอกปริมาณน้อย ก้านยาว 1.5-5 มม. กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ กลีบมี 5 กลีบ สีแดงสดถึงสีแดงอิฐ โคนกลีบสีเขียวอ่อน เกสรเพศผู้ติดเป็นกลุ่มๆอับเรณูไม่มีต่อม เกสรเพศผู้เป็นหมันสีเหลืองติดเป็นกลุ่มๆผล ทรงกระบอก กว้าง 4-5 มม. ยาว 8-9 มิลลิเมตร ยาวเท่าๆกับกลีบเลี้ยง ด้านในมี 3 ช่อง แก่จะแตกเป็น 3 เสี่ยง เมล็ดรูปหอกกลับ หรือ รูปขอบขนาน ช่องหนึ่งมี 3-10 เม็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นราดกระจัดกระจายบนเทือกเขาในป่าดงดิบแล้งทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกของไทย
คุณประโยชน์ : ราก เปลือก และใบ ต้มน้ำให้สตรีดื่มหลังการคลอดบุตร ใบ ชงดื่มแทนใบชา เป็นยาช่วยสำหรับการย่อยก้าวหน้า ใบอ่อนเคี้ยวรับประทานแก้ไอ

3

สมุนไพรชะมวง
ชะมวง Garcinia cowa Roxb.
บางถิ่นเรียก ชะมวง (ภาคกลาง) กะมวง (ภาคใต้) มวงส้ม (นครศรีธรรมราช) หมากโมก (อุดรธานี)
ต้นไม้ สูงไม่เกิน 20 มัธยม ไม่ผลัดใบ ทุกส่วนสะอาด เปลือกสีน้ำตาลอมเทา ค่อนข้างเรียบ ใบ ลำพัง ออกตรงกันข้าม รูปรี รูปใบหอก หรือ ใบหอกกว้าง กว้าง 2.5-5 เซนติเมตร ยาว 8-13 มม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบของใบเรียบ เนื้อใบค่อนข้างหนา เส้นใบแลเห็นไม่ชัด ก้านใบยาว 8-13 มิลลิเมตร ดอก สีเหลือง ค่อนข้างจะเล็ก สมุนไพร ดอกเพศผู้รวมทั้งดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ดอกเพศผู้ชอบออกตามกิ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3-8 ดอก ดอกบานกว้าง 10-13 มม. ก้านดอกใหญ่และก็สั้นโดยประมาณ 6 มม. กลีบเลี้ยงมี 4 กลีบ รูปไข่กว้าง กลีบดอกมี 4 กลีบ ยาวเท่าๆกับกลีบเลี้ยง สีเหลืองด้านในสีชมพู หรือ สีแดงอมม่วง เกสรเพศผู้มีเยอะแยะ ก้านเกสรสั้นมากมายชิดกันเป็นกรุ๊ป รูปสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลางดอก ดอกเพศเมียมี 2-5 ดอก ออกตามปลายกิ่ง กลีบดอกไม้คล้ายดอกเพศผู้ แม้กระนั้นกลีบยาวกว่า ดอกบานกว้าง 12-15 มม. เกสรเพศผู้เทียมเรียงบริเวณรังไข่ ก้านเกสรชิดกันเป็นกรุ๊ปๆปลายก้านมีต่อม 1 ต่อม รังไข่กลม ไม่มีก้าน ยอดเกสรเป็นรูปดาว 6-8 แฉก ผล กลมหรือรูปขอบขนาน กว้าง 2-4 ซม. ยาว 2.5-5 เซนติเมตร มี 5-8 พู ด้านบนแบนนิดหน่อย และก็มียอดเกสรเพศเมียติดอยู่ ผิวสีเหลืองอมส้ม เนื้อและเยื่อห่อหุ้มเมล็ดสีส้มอ่อน เมล็ดรูปขอบขนาน ยาว 13-20 มิลลิเมตร

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นในป่าดงดิบและมีปลูกทั่วไปทางภาคตะวันออกเฉียงใต้และภาคใต้
สรรพคุณ : ราก ปรุงเป็นยาถอนพิษไข้ แก้บิด ต้น ให้ยางใส (resin) ที่ใช้ทางยาได้ ให้สีเหลืองใช้ย้อมผ้า ใบ ใช้ปรุงเป็นยากัดถูเสมหะรวมทั้งโลหิต แก้ไอ ใบอ่อนกินได้ มีรสเปรี้ยว ผล หั่นเป็นแว่นสายตาแห้ง ใช้รับประทานเป็นยาแก้บิด

4

มังคุด
มังคุด Garcinia mangostana L. มังคุด (ทั่วไป)
       ไม้ต้น สูง 10-20 ม. ทรงพุ่มไม้เป็นรูปเจดีย์ มีน้ำยางสีเหลือง ใบ ผู้เดียว ออกตรงกันข้าม รูปรีแกมขอบขนาน ปลายใบแหลม หรือ เป็นติ่ง โคนใบมนหรือแหลม ขอบของใบเรียบ เนื้อใบดก สีเขียวเข้มวาว เส้นใบหลายชิ้น ก้านใบอ้วน ยาว 18-20 มิลลิเมตร สมุนไพร ดอก ออกผู้เดียวๆหรือเป็นคู่ตามปลายกิ่ง ดอกเมื่อบานกว้างประมาณ 5 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงมี 4 กลีบ ดก งอเป็นกระพุ้งติดทนจนเป็นแผล กลีบดอกมี 4 กลีบ สีออกเหลือง ขอบกลีบสีชมพู เกสรเพศผู้มีไม่น้อยเลยทีเดียว ก้านเกสรเล็ก โคนก้านแบน หรืออาจจะเชื่อมชิดกันน้อย อับเรณูไข่ปนขอบขนาน มี 2 พู รังไข่รูปไข่ ผิวเรียบ มี 5-8 ช่อง เกสรเพศเมีย ไม่มีก้าน ผล กลม เปลือกสีม่วง ครึ้ม มียางเหลือง ที่ปลายผลมียอดเกสรเพศเมียติดอยู่ แยกเป็น 4-7 แฉก ที่ขั้วผลมีกลีบเลี้ยง 4 กลีบติดอยู่ ข้างในมีเนื้อสีขาว 4-7 กลีบ รสหวาน เม็ดมีเพียงแค่ 0-3 เม็ด โดยมากเม็ดลีบ

นิเวศน์วิทยา
: ปลูกกันมากมายทางภาคใต้ รวมทั้งภาคตะวันออกเฉียงใต้ เป็นไม้ที่โตช้า ส่วนบ้านเกิดนั้นยังไม่เคยทราบกระจ่าง
สรรพคุณ : ต้น ทุกส่วนของต้นเป็นยาฝาดสมานโดยเฉพาะผล ยางจากต้นเป็นยาถ่ายอย่างรุนแรง น้ำสุกจากเปลือกต้นและใบเป็นยาฝาดสมานอมล้างคอแก้แผลในปากแล้วก็ลดไข้ ผล คือผลไม้เรืองร้อนที่มีรสชาติเหมาะสมที่สุด เปลือกผล เปลือกผลแห้งใช้เป็นยาฝาดสมาน แก้ท้องร่วง แก้บิด ทางเท้าปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง ลดไข้  น้ำสุกเปลือกผล ใช้เป็นยากลั้วคอ รักษาแผลในปากและล้างแผล มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียซึ่งกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดหนองและต้านทานเชื้อราที่เป็นต้นเหตุของโรคผิวหนัง รวมทั้งลดการอักเสบ ได้มีการปรับปรุงยาในรูปครีมผสมสารบริสุทธิ์ ที่แยกได้จากเปลือกผล เพื่อใช้รักษาแผลที่เป็นหนอง และสิวซึ่งมีต้นเหตุจากการตำหนิดเชื้อ ตลอดจนใช้ลดร่องรอยด่างดำบนใบหน้าด้วย

Tags : สมุนไพร

5

สมุนไพรหญ้าตีนกา
หญ้าตีนกา Eleusine indica (L.) Gaertn.
บางถิ่นเรียกว่า หญ้าตีนกา หญ้าปากควาย (กึ่งกลาง) หญ้าตีนกับแก้ (เลย) ต้นหญ้าตีนนก (จังหวัดกรุงเทพ) หญ้าปากคอก (สระบุรี) หญ้าผากควาย (ภาคเหนือ)
         ไม้ล้มลุก ประเภทหญ้า อายุปีเดียว แตกกิ่งก้านมากมายที่โคนต้น ลำต้นสูง 25-60 เซนติเมตร แบน สีเขียวอ่อนมันเป็นเงา เหนียว อาจจะแผ่ติดพื้นดินหรือตั้งชันก็ได้ กาบโอบหุ้มห่อลำต้น ลักษณะแบนเช่นเดียวกับลำต้น มีตาลายมยาว ตามขอบและก็ที่คอต่อมีขนยาวห่างๆที่คอต่อมีลิ้นสั้นๆบางๆยาว 0.2-0.5 มิลลิเมตร ปลายตัดเรียบ หรือเป็นเสื้อครุย ใบ รูปยาวแคบ กว้าง 4-10 มม. ยาว 15-25 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนใบมน ตามขอบของใบใกล้ปลายใบมีขนสาก ด้านบนมีขนยาวเล็กน้อย มีแถบสีเหลืองใสจากโคนใบ ยาว 2-3 มม. ดอก ออกเป็นช่อ 2-6 ช่อ รวมกันเป็นช่อใหญ่แบบซี่ร่ม แม้กระนั้นมีอยู่ช่อหนึ่งชอบออกจากลำต้นรวมทั้งอยู่ต่ำกว่าช่ออื่นๆแต่ละช่อกว้าง 4-8 มิลลิเมตร ยาว 4-7 เซนติเมตร  สมุนไพร แต่ละช่อมีหลายช่อดอกย่อย (spikelets) ยาว 5-7 มิลลิเมตร ออกจากศูนย์กลางด้านเดียว แต่ละช่อดอกย่อยมี 3-8 ดอก (florets) สะอาด กาบของช่อดอกย่อยใบข้างล่าง (lower glume) กว้าง โค้งเป็นรูปเรือ ขอบบางใสหรือมีสีม่วง ยาว 2-3 มิลลิเมตร มีเส้นตามทางยาว 2-4 เส้น ใบบน ยาว 3-4 มิลลิเมตร มี 6-9 เส้น ส่วนดอกย่อยมีกาบล่าง (lemma) ยาว 3-3.5 มม. ปลายแหลมโค้งเป็นรูปเรือเห็นได้ชัด มีเส้นใกล้ขอบข้างละ 1-2 เส้น แต่เห็นไม่ชัด ที่สันมีขนสากและก็มีเส้น 3-4 เส้น มองเห็นแจ่มแจ้ง กาบบน (palea) ยาว 2.5-3 มิลลิเมตร ปลายแหลม มีเส้นตามแนวยาวเห็นชัดเจน 2 เส้น อับเรณูรูปไข่แกมรูปขอบขนานกว้าง สีเหลือง ยาว 0.5-0.75 มิลลิเมตร ปลายเกสรเพศเมียสีม่วง แลเห็นไม่ชัดเจน ผล มีเปลือกซึ่งโปร่งแสงหุ้มห่ออยู่อย่างหลวมๆสีออกแดงเข้มผสมน้ำตาล ตามขอบมีริ้วออกเป็นรัศมีโดยรอบ ยาวราว 1-2 มิลลิเมตร

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นได้ทั่วไปอีกทั้งในที่ราบต่ำ รวมทั้งที่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,000 มัธยม ขึ้นไป
คุณประโยชน์ : ราก และ ต้น น้ำสุกรากหรือทั้งต้น (รากได้ผลดีมากกว่า) กินเป็นยาขับเหงื่อ ลดไข้ ขับปัสสาวะ แก้บิด แล้วก็เป็นยาบำรุงตับ ใบ น้ำคั้นใบสดกินเป็นยาขับน้ำคาวปลาข้างหลังคลอดลูก

6

สมุนไพรหญ้าชันกาด
ต้นหญ้าชันกาด Panicum repens L.
บางถิ่นเรียกว่า หญ้าชันกาด (ภาคกึ่งกลาง) ดวงจันทร์มมัน หญ้าอ้อน้อย (เชียงใหม่)
    ไม้ล้มลุก ประเภทต้นหญ้า อายุปีเดียว สูง 50-100 ซม. แบน ลำต้นตรง หรือส่วนโคนทอดนอนไปตามพื้นดิน ปลายตั้งตรง มีรากออกตามข้อ ใบ ออกเรียงสลับซ้ายขวา อยู่ในราบเดียวกัน รูปยาวแคบปนรูปใบหอก ยาว 7-15 เซนติเมตร ตัวใบค่อยๆเรียวแหลมไปยังปลาย ด้านบนใบรวมทั้งขอบบีขนเล็กน้อย ข้างล่างสีอ่อนกว่าข้างบน ลิ้นใบบาง ยาว 2 มิลลิเมตร ดอก ออกเป็นช่อกระจัดกระจายที่ยอด ยาว 10-20 เซนติเมตร กิ่งช่อดอกประกอบด้วยช่อดอกย่อย เรียงสลับกัน รูปไข่ หรือ รูปหอกกาบช่อดอกย่อยบาง อันข้างล่างปลายมน อันบนรูปหอก ปลายแหลม ประกอบด้วยดอกย่อย 2 ดอก  [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url][/color] ดอกข้างล่างไม่สมบูรณ์ ดอกบนเป็นดอกสมบูรณ์เพศ กาบดอกเรียบมัน เกสรเพศผู้มี 3 อัน รังไข่เกลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียมี 2 เส้น ยอดเกสรเพศเมียเป็นขนนก ผล มักจะได้ผลที่ไม่สมบูรณ์ ด้านการสืบพันธุ์สามารถขยายพันธุ์ด้วยเหง้า หรือลำต้นใต้ดิน

นิเวศน์วิทยา
: ชอบขึ้นในที่แห้ง รกร้าง ข้างถนน และตามสวน
สรรพคุณ : เหง้า น้ำต้มเหง้ามีรสฝาด ดื่มแก้ระบบฉี่ทุพพลภาพ ขับฉี่ ขับนิ่ว ลดไข้ และแก้เมนส์ผิดปกติ

7

สมุนไพรอ้อเล็ก
อ้อเล็ก Phragmites australis Trin. ex Steud.
บางถิ่นเรียก อ้อเล็ก อ้อลาย (ภาคกลาง) อ้อ (ทั่วๆไป) อ้อน้อย (เชียงใหม่)
ไม้ล้มลุก พวกต้นหญ้า อายุยาวนานหลายปี มีเหง้าใต้ดิน ลำต้นตรง กลวง สูงได้ถึง 4 มิลลิเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางราว 1.2 ซม. ใบ รูปยาวแคบ หรือรูปใบหอกกว้าง กว้างราว 2.5ซม. ยาวได้ถึง 60 ซม. ดอก ออกเป็นช่อใหญ่ที่ยอด ยาว 50 เซนติเมตร หรือมากยิ่งกว่า มีกิ่งเล็กๆหนาแน่น สีออกม่วงหรือน้ำตาล มีช่อย่อย (spikelet) เยอะแยะ โตเต็มกำลังยาวประมาณ 1.2 เซนติเมตร ประกอบด้วยดอกย่อย 3-7 ดอก [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ดอกข้างล่างสุดมันจะเป็นดอกเพศผู้ นอกนั้นเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ช่อดอกย่อยติดตามแกนกลางห่างๆเป็นระยะ มีขนเสมือนไหมอยู่ระหว่างดอกย่อย กาบช่อดอกย่อยมีเส้นตามทางยาว 3 เส้น กาบดอกบาง สะอาด ปลายแหลม มีกลีบเกล็ด (lodicule) 2 อัน  ผล ที่ปลายมีโคนของก้านเกสรเพศเมียติดอยู่

นิเวศน์วิทยา
: มักจะขึ้นเป็นกรุ๊ปหนาแน่น ตามที่เปียกชื้นและริมฝั่งน้ำ
สรรพคุณ : ราก น้ำต้มเป็นยาเย็น กินขับเหงื่อ ขับเยี่ยว แก้ปวดข้อ แล้วก็แก้อาเจียน

Tags : สมุนไพร

8

สมุนไพรแขม
แขม Saccharum arundinaceum Retz.
บางถิ่นเรียก แขม (ทั่วไป) ตะโป (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) แตร๊ง (เขมร-จังหวัดสุรินทร์) ปง (ภาคเหนือ)
ไม้ล้มลุก ชนิดต้นหญ้า ขึ้นเป็นกอขนาดใหญ่ ลำต้นสูงได้ถึง 3 ม. กว่า เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5 เซนติเมตร ใบ รูปยาว ปลายเรียว กว้าง 2.5-5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 1.5 ม. ขอบของใบหยาบคาย เส้นกลางใบสีขาว กาบใบยาวถึง 40 ซม. ผิวเรียบ สะอาด ลิ้นใบขอบเป็นเยื่อตื้นๆขอบเป็นขนแข็ง หมดจด ดอก ออกเป็นช่อใหญ่ ยาว 0.3-1 ม. แตกกิ่งก้านสาขามาก ไม่มีขน หรือตามกิ่งเล็กๆอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีขนวาวคล้ายเส้นไหม ช่อดอกย่อย (spikelet) มีขนยาวสีขาวเป็นเงาปกคลุมช่อดอกย่อยออกเป็นคู่ ช่อหนึ่งมีก้าน อีกช่อหนึ่งไม่มีก้าน กาบช่อดอกย่อยยาวเท่ากับช่อดอกย่อย กาบดอกสั้นกว่า บาง [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] เกสรเพศผู้มี 3 อัน รังไข่สะอาด ก้านเกสรเพศเมียมี 2 เส้น ยอดเกสรเพศเมียเป็นขน โผล่ข้างๆ สีม่วงแดง

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามริมฝั่งน้ำทั่วๆไป
สรรพคุณ : ราก น้ำสุกกินเป็นยาเย็น ขับเยี่ยว รวมทั้งแก้โรคผิวหนังบางชนิด ต้น ต้มน้ำดื่มแกฝี หนอง

9

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรข้าวฟ่าง[/url][/size][/b]
ข้าวฟ่าง Setaria italic (L.) P. Beauv.
บางถิ่นเรียก ข้าวฟ่าง (ภาคกึ่งกลาง) ฟ่างหางสุนัข (สุราษฎร์)
ไม้ล้มลุก ประเภทหญ้า อายุปีเดียว ลำต้นกลม ตั้งตรงหรือทอดนอนบางส่วน ตอนโคนขึ้นเป็นกอ สูง 100-150 เซนติเมตร ใบ ออกเรียงสลับ แผ่นใบเรียวยาว ค่อนข้างจะกว้าง กว้าง 2-2.5 ซม. ยาว 35-50 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนป้าน ขอบของใบจะละเอียด เนื้อในค่อนข้างจะหยาบ เส้นกึ่งกลางใบชัดเจน กาบใบยาว 10-15 เซนติเมตร มีขนตามขอบ ลิ้นใบที่อยู่ระหว่างรอยต่อภายในของกาบใบแล้วก็แผ่นใบเป็นแผ่นสั้นๆแล้วก็ปลายเป็นขน สมุนไพร ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด มีขนาดใหญ่ รูปข้างนอกทรงกระบอก กว้าง 2-4 เซนติเมตร ยาว 20-30 ซม. ช่อดอกย่อยเกิดบนกิ่งก้านสาขาช่อสั้นๆรอบแกนกลางช่อดอก ช่อดอกย่อยค่อนข้างจะกลม ยาวโดยประมาณ 2 มม. สีเหลือง กาบที่รองรับช่อดอกย่อย 2 อันยาวไม่เท่ากัน อันข้างล่างยาว 1/2 อันบนยาว 3/4 ของความยาวช่อดอกย่อย ช่อดอกย่อยมีดอกย่อย 2 ดอก ดอกข้างล่างเป็นดอกไม่มีเพศหรือดอกเพศผู้ ดอกบนเป็นดอกบริบูรณ์เพศ อยู่ด้านในกาบ 2 อัน กาบข้างล่าง (lemma) รูปคล้ายเรือ สีเหลืองฟาง เนื้อบาง กาบบน (palea) บางกว่า เกสรเพศผู้มี 3 อัน อับเรณูสีเหลือง เกสรเพศเมียปลายแยกเป็น 2 แฉก สีขาว ผล ขนาดเล็ก ค่อนข้างกลม ยาวราวๆ 1 มม. อยู่ข้างในกาบทั้งคู่ โดยที่ถัดมากาบด้านล่างมีสีน้ำตาลอมแดงรวมทั้งเกิดรอยหยักตามทางขวาง ส่วนกาบบนมีสีเหลือง

นิเวศน์วิทย
: ปลูกเพื่อใช้เม็ดเป็นของกินคนและก็นก ต้นเป็นต้นหญ้าอาหารสัตว์
สรรพคุณ : ต้น น้ำสุกเป็นยาระบาย ขับเยี่ยว เม็ด เป็นอาหารของคนแล้วก็สัตว์ สามารถนำมาทำเป็นข้าวมอลต์ได้ดี ใช้ทางยาเป็นยาเย็น ขับเยี่ยว ยาฝาดสมานสำหรับแก้ท้องเสีย น้ำต้มเม็ดทุกกินเป็นยาลดไข้ ตำพอกแก้ปวด rheumatism และระงับอาการปวดระหว่างการคลอดลูก

Tags : สมุนไพร

10

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรสาบแร้งสาบกา[/url][/size][/b]
สาบนกแร้งสาบกา Pogostemon auricularius (L.) Hassk.
ชื่อพ้อง Dysophylla auricularia (L.) Blume สาบนกแร้งสาบกา (สุราษฎร์ธานี)
ไม้ล้มลุก อายุปีเดียว สูง 30-70 ซม. ลำต้นเดี่ยวตั้งชัน หรือ แตกกิ่งห่างๆมีขนห่างๆ ใบ โดดเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปไข่แคบ หรือ รูปไข่ กว้าง 2-3 ซม. ยาว 4-6 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบ หรือ กลม ขอบของใบจะแบบฟันเลื่อยไม่บ่อยนักกัน เฉพาะขอบบริเวณโคนใบเรียบมีขนด้านบน รวมทั้งด้านล่าง เนื้อใบบาง ก้านใบยาว 2-8 มม. มีขน สมุนไพร ดอก ออกเป็นช่อที่ยอดลักษณะเป็นแท่งทรงกระบอกยาว 4-7 เซนติเมตร ดอกขนาดเล็ก ไม่น้อยเลยทีเดียวอัดกันแน่นรอบแกนดอกตลอดช่อ มีขน ใบประดับประดามีขนาดเล็ก รูปรีแคบ ตามขอบมีขนยาว กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันคล้ายรูประฆัง ยาว 1.2-1.5 มิลลิเมตร มีต่อมเป็นจุดๆปลายหยักแหลม 5 หยัก ขนาดเกือบเสมอกันเมื่อดอกเติบโตไปสำเร็จ กลีบดอกไม้เชื่อมติดกันเป็นหลอดเล็ก ตรงปลายหลอดแยกเป็นแฉกมนๆ4 แฉก มีขน เกสรเพศผู้มี 4 อัน ก้านเกสรมีขน ผล รูปรี เล็ก ผิวเป็นลายร่างแหถี่ๆ

นิเวศน์วิทยา
: เป็นวัชพืชขึ้นทั่วไป
สรรพคุณ : ต้น ตำผสมกับน้ำมะนาว เป็นยาพอกท้องเด็ก แก้เจ็บท้อง ท้องเดิน ขับพยาธิ ไตอักเสบ แก้ผื่นคัน น้ำต้มต้นใช้ทาถูกนวดแก้ปวด rheumatismแล้วก็ใช้ภายนอกเป็นยาล้างแผล

11

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรแมงกะแซง[/url][/size][/b]
แมงกะแซง Ociumum americanum L.
บางถิ่นเรียก แมงกะแซง (ประจวบคีรีขันธ์)
    ไม้ล้มลุก สูง 30-100 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านสาขา มีกลิ่นหอมแรงเหมือนการบูร ลำต้นแล้วก็กิ่งมีสันตามยา ปกคลุมด้วยขนสั้นๆหรือขนหมดจด ใบ เดี่ยว ออกตรงกันข้าม รูปใบหอกถึงรูปรี กว้าง 0.9-2.5 เซนติเมตร ยาว 2.5-5 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบของใบเรียบ หรือหยักมนห่างๆผิวใบมีต่อมเป็นจุดๆทั้งข้างบนและข้างล่าง ไม่มีขน ก้านใบยาว 1-2.5 เซนติเมตร ดอก ออกเป็นช่อแบบกระจะที่ยอดและก็ที่ปลายกิ่ง เป็นช่อคนเดียวหรือแตกกิ่งก้านสาขา ยาว 7-15 เซนติเมตร ริ้วตกแต่งรูปใบหอกปนรี ยาว 2-3(-5) มม. ปลายแหลม มีขน ก้านดอกสั้น กลีบเลี้ยงสีเขียว เชื่อมกันเป็นหลอดรูประฆัง ยาว 2-2.5 มม. (เมื่อเป็นผลยาว 3-4.5 มม.) ปลายหลอดแยกเป็นปาก ปากบนแบนกว้างรวมทั้งใหญ่ (เมื่อได้ผลสำเร็จจะโค้งกลับ) ขอบมีขน ปากล่างมีแฉกแหลม 4 แฉก รูปลิ่มกลับแกมรูปใบหอก มีต่อมเป็นตุ่มกลมมีก้านยก สมุนไพร เจอข้างในแล้วก็ข้างนอก ด้านในปกคลุมด้วยขนยาวรวมทั้งนุ่ม ภายนอกมีขนสีขาว กลีบดอกสีขาวเชื่อมติดกันเป็นหลอด ยาว 4-6 มม. หมดจด หรือมีขนสั้นๆปลายหลอดแยกเป็นปาก ปากบนตัด มีหยัก 4 หยัก ขนาดเกือบเท่ากัน ปากข้างล่างยาว ขอบเรียบโค้งลง เกสรเพศผู้ 4 อัน เรียงเป็น 2 คู่ ก้านเกสรเล็ก ยาวพ้นปากหลอด เกสรคู่บนมีติ่งใกล้โคนก้านเกสร เกสรเพศเมียมี 1 อัน ก้านเกสรสีชมพู ผล ขนาดเล็ก รูปรีแคบ ยาว 1.2 มิลลิเมตร สีดำ มีจุดใสๆเมื่อนำไปแช่น้ำจะมีวุ้นหุ้มรอบเมล็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นจากที่รกร้าง เจอที่ จ.ประจวบฯ
สรรพคุณ : ต้น ประชาชนประยุกต์ใช้เพื่อไล่ยุงแล้วก็แมลง

Tags : สมุนไพร

12

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/u]แมงลักคา[/url][/b]
แมงลักค้าง Hyptis suaveolens (L.) Poit.
บางถิ่นเรียก แมงลักคา (จังหวัดชุมพร) การา (จังหวัดสุราษฎร์ธานี)
ไม้ล้มลุก สูง 0.5-1.5 ม. แตกกิ่งก้านสาขามาก ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยม มีขน มีกลิ่นหอมยวนใจแรง ใบ ออกตรงข้าม รูปไข่ถึงรูปไข่กลับค่อนข้างกว้าง กว้าง 2-4 ซม. ยาว 3-5 เซนติเมตร ปลายมน หรือ ออกจะแหลม โคนใบกลม หรือ ตัด มักจะเบี้ยวนิดหน่อย ขอบจะเป็นฟันเลื่อยเล็กๆไม่เป็นระเบียบ ด้านบนมีขนห่างๆด้านล่างมีขนหนาแน่น ก้านใบ ยาว 0.5-3 เซนติเมตร มีขน  สมุนไพร ดอก ออกเป็นช่อตามสวยใบ ช่อหนึ่งมี 2-5 ดอก ก้านช่อดอก ยาว 0.5-1 ซม. มีขน ริ้วตกแต่งเล็กมีขนแข็งกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ยาว 5-5.5 เซนติเมตร ปากหลอดมีขนนุ่มยาว และมีหนามยาวแหลม 5 อัน ยาวแทบเท่ากัน มีสันตามทางยาว 10 สัน กลีบดอกไม้เชื่อมชิดกันเป็นหลอดเล็กๆปลายแยกเป็นปาก ปากบนมี 2 หยัก ปากล่างมี 3 หยัก เกสรเพศผู้มี 4 อัน ก้านเกสรไม่ติดกัน ผล รูปขอบขนานแคบ ยาว 1.2-1.5 มม. ปลายผลมักจะเว้า ผิวมีรอยย่นกระจ่างแจ้งอยู่ภายในหลอดกลีบเลี้ยงจะมีขนาดใหญ่ขึ้น ยาว 8-10 มิลลิเมตร
นิเวศน์วิทยา
: เป็นวัชพืชขึ้นตามที่รกร้าง และก็พบตามป่าดงดิบ ที่ความสูงไม่มากสักเท่าไรนัก
สรรพคุณ : ราก น้ำต้มกินเป็นยาเจริญอาหาร รวมทั้งขับประจำเดือนต้น ตำเป็นยาพอก แก้โรคผิวหนังบางชนิด ยาชงจากต้นใช้เป็นยาขับเหงื่อ อย่างเช่นในเป็นหวัด ใบ ชงเป็นยาลดไข้ น้ำยางจากใบ รับประทานแก้ปวดท้อง ยอดอ่อนใช้แต่งรสอาหาร กระตุ้นแนวทางการทำงานของร่างกาย ขับเหงื่อ ขับน้ำนม รวมทั้งแก้หวัด

13

สมุนไพรก้านเหลือง
ไม้พุ่ม หรือ ไม้ใหญ่ สูง 2-7 มัธยม อาจจะสูงได้ถึง 15 มัธยม เปลือกเรียบ สีเทาหรือสีน้ำตาล กิ่งก้านเล็กเรียว มีขนตามปลายกิ่ง ใบ ลำพัง ออกเวียนสลับรอบลำต้น รูปขอขนานรูปรี หรือ รูปไข่กลับปนรูปรี กว้าง 3-8 ซม. ยาว 10-16 ซม. ปลายใบเป็นติ่งมน โคนใบสอบแคบหรือกลม เส้นใบมี 4-6 คู่ ก้านใบยาว 1-1.5 เซนติเมตร สีเหลือง มีรอยย่น ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบยาว 0.3-1.5 เซนติเมตร มีดอกช่อละ 1-1.5 เซนติเมตร สีเหลือง มีรอยย่น ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบยาว 0.3-1.5 ซม. มีดอกช่อละ 1-3 ดอก มีขนเล็กน้อยราบกับผิว สมุนไพร ดอกเพศผู้ รวมทั้งดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ดอกเพศผู้ มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ ขนาดเล็ก กลีบสีขาวอมเขียว เชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ เกสรเพศผู้มี 5 อัน เชื่อมติดกับหลอดกลีบ เกสรเพศเมียเป็นหมัน มีขน ดอกเพศเมีย มีกลีบเลี้ยงรวมทั้งกลีบดอกเหมือนดอกเพศผู้ แต่มีขนาดใหญ่กว่าน้อย เกสรเพศผู้เป็นหมันมี 5 อัน รังไข่รูปไข่ มีขน ผล รูปขอบขนานแกมรูปรี กว้าง 2-2.7 ซม. ยาว 3-4 ซม. สีเขียวสุกมีสีม่วงอมสีน้ำเงิน หรือ ค่อนข้างดำ มี 1 เม็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าดงดิบ หรือป่าผลัดใบชื้น ที่สูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 900 ม. พบทางภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคทิศตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งภาคใต้ของไทย
คุณประโยชน์ : ใบ น้ำสุกกินแก้เหน็บชา

14

สมุนไพรแมงกะแซง
แมงกะแซง Ociumum americanum L.
บางถิ่นเรียก แมงกะแซง (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์)
    ไม้ล้มลุก สูง 30-100 ซม. แตกกิ่งก้านสาขา มีกลิ่นหอมสดชื่นแรงคล้ายการบูร ลำต้นและก็กิ่งมีสันตามยา ปกคลุมด้วยขนสั้นๆหรือขนหมดจด ใบ คนเดียว ออกตรงข้าม รูปใบหอกถึงรูปรี กว้าง 0.9-2.5 ซม. ยาว 2.5-5 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบของใบเรียบ หรือหยักมนห่างๆผิวใบมีต่อมเป็นจุดๆด้านบนแล้วก็ด้านล่าง ไม่มีขน ก้านใบยาว 1-2.5 เซนติเมตร ดอก ออกเป็นช่อแบบกระจะที่ยอดและที่ปลายกิ่ง เป็นช่อเดี่ยวหรือแตกแขนง ยาว 7-15 ซม. ริ้วประดับประดารูปใบหอกปนรี ยาว 2-3(-5) มม. ปลายแหลม มีขน ก้านดอกสั้น กลีบเลี้ยงสีเขียว เชื่อมกันเป็นหลอดรูประฆัง ยาว 2-2.5 มม. (เมื่อได้ผลสำเร็จยาว 3-4.5 มิลลิเมตร) ปลายหลอดแยกเป็นปาก ปากบนแบนกว้างและก็ใหญ่ (เมื่อเป็นผลจะโค้งกลับ) ขอบมีขน ปากล่างมีแฉกแหลม 4 แฉก รูปลิ่มกลับแกมรูปใบหอก มีต่อมเป็นตุ่มกลมมีก้านยก สมุนไพร เจอภายในและก็ภายนอก ภายในปกคลุมด้วยขนยาวและก็นุ่ม ภายนอกมีขนสีขาว กลีบดอกไม้สีขาวเชื่อมชิดกันเป็นหลอด ยาว 4-6 มิลลิเมตร หมดจด หรือมีขนสั้นๆปลายหลอดแยกเป็นปาก ปากบนตัด มีหยัก 4 หยัก ขนาดเกือบเสมอกัน ปากข้างล่างยาว ขอบเรียบโค้งลง เกสรเพศผู้ 4 อัน เรียงเป็น 2 คู่ ก้านเกสรเล็ก ยาวพ้นปากหลอด เกสรคู่บนมีติ่งใกล้โคนก้านเกสร เกสรเพศเมียมี 1 อัน ก้านเกสรสีชมพู ผล ขนาดเล็ก รูปรีแคบ ยาว 1.2 มิลลิเมตร สีดำ มีจุดใสๆเมื่อนำไปแช่น้ำจะมีวุ้นห่อหุ้มรอบเมล็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นจากที่รกร้าง เจอที่ จังหวัดประจวบฯ
คุณประโยชน์ : ทั้งยังต้น ชาวบ้านประยุกต์ใช้เพื่อไล่ยุงและแมลง

15

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรต้นหญ้าพง[/url][/size][/b]
ต้นหญ้าพง Sorghum halepense (L.) Pers.
บางถิ่นเรียกว่า ต้นหญ้าพง หญ้าปง (ภาคเหนือ) อ้อยลา (ไชยบาดาล)
ไม้ล้มลุก จำพวกหญ้า อายุนับเป็นเวลาหลายปี ลำต้นสูง 50-150 ซม. แตกแขนง ชอบมีสีนวลขาว เหง้าใต้ดินสีขาว อาบน้ำ มีกาบห่อ ที่ข้อมีขนเป็นฟู กาบหุ้มห่อข้อที่โคนมีขน ใบ ใบแรกที่เกิดมักจะเป็นกาบสี่เหลี่ยมรูปยาวแคบ มีขน แล้วก็ตลบกลับไปด้านหลัง ยาวพอกับกาบของใบที่ 2 กาบใบหมดจด มีตาลายมยาว ที่รอยต่อระหว่างใบแล้วก็กาบมีลิ้นใบยาว 2.5-3.5 มิลลิเมตร บางๆแหว่งไม่มีระเบียบ ใบแบน กว้าง 8-25 มม. ยาว 30-70 ซม. ขอบของใบมีขนสาก ที่โคนใบด้านบนมีขนเป็นกลุ่ม เส้นกลางใบสีออกขาวเห็นได้ชัด สมุนไพร ดอก ออกที่ยอด เป็นช่อกระจายโปร่งๆยาว 15-50 ซม. แตกกิ่งแผ่ขยายออก มีขนสาก ตามง่ามมีขนละเอียด ช่อดอกย่อย (spikelet) สีเขียวอ่อน หรือสีม่วง วาว ติดเป็นคู่ๆตามแกนกลาง ดอกหนึ่งเป็นดอกบริบูรณ์เพศ ไม่มีก้านดอก ส่วนอีกดอกหนึ่งเป็นดอกเพศผู้ มีก้านดอก ช่อดอกย่อยที่ไม่มีก้านช่อ ยาว 4.5-5.5 มิลลิเมตร รูปไข่ มีขนราบเป็นมัน ระหว่างที่ดอกบานจะมีขนยาวๆ1 เส้น ยื่นยาวออกไป 1-1.5 ซม. ร่วงง่าย ช่อดอกย่อยที่มีก้านยาว 5-7 มิลลิเมตร ปลายแหลม อับเรณูสีเหลืองทอง ยาว 2-2.5 มิลลิเมตร ปลายเกสรเพศเมียมีขนยาวละเอียดเป็นพูเหมือนขน โค้งงอ ยาว 3-3.5 มม. สีทองคำ หรือสีน้ำตาลแดง เม็ด รูปไข่อ้วน สีน้ำตาลอมแดง ยาว 2.5-2.75 มิลลิเมตร

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นทั่วไปในป่าผลัดใบ
สรรพคุณ : ต้น ใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ แต่ควรมีการเก็บเกี่ยวทิ้งเอาไว้ระยะหนึ่งก่อนนำไปให้สัตว์รับประทานมิฉะนั้นสัตว์บางทีอาจตายได้ (16, 19) เม็ด น้ำสุกกินเป็นยาเย็น และขับปัสสาวะ

Tags : สมุนไพร

หน้า: 1 2 3 ... 7