ผู้เขียน หัวข้อ: คนไทยต้องรายงานต่ออเมริกาเมื่อเปิดบัญชีแบงก์  (อ่าน 464 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

admin

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 213
  • เพศ: หญิง
    • ดูรายละเอียด
    • ขายธีม SMF,รับทำเว็บบอร์ด
ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 เป็นต้นมา คนไทยที่ไปเปิดบัญชีกับธนาคารในประเทศไทย จะต้องกรอกแบบฟอร์ม ที่เรียกว่า FATCA เพื่อแสดงสถานะของลูกค้า
FATCA ย่อมาจาก Foreign Account Tax Compliance Act ของ หน่วยงานจัดเก็บภาษีของสหรัฐฯ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อย่อว่า IRS สรรพากรสหรัฐฯออกกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาก็เพื่อ ไล่ล่าคนอเมริกัน และ ไล่ล่าบริษัทอเมริกัน ที่ หนีภาษีกันอย่างมโหฬารด้วยการขนเงินไปลงทุนในต่างประเทศ และฝากกำไรไว้ในต่างประเทศ ไม่นำกลับไปเสียภาษีที่สหรัฐฯ ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯถังแตก ต้องปิดให้บริการหน่วยงานรัฐมาแล้ว เพราะรัฐบาลไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนให้ ข้าราชการและพนักงานรัฐ
แบบฟอร์มแฟทก้าที่คนไทยทุกคนต้องกรอกเมื่อเปิดบัญชีกับแบงก์มี 3 ส่วน ส่วนที่ 1 แสดงสถานะของลูกค้า เช่น ประเทศที่เกิด สัญชาติ เป็นพลเมืองอเมริกันหรือไม่ ฯลฯ ส่วนที่ 2 การยืนยันและการเปลี่ยนแปลงสถานะ และ ส่วนที่ 3 เป็นการ “บังคับให้ยินยอม” เปิดเผยข้อมูลและการหักบัญชี ถือเป็นการล่วงละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ของคนไทยทุกคน
วันนี้ ธนาคารไทยทุกแห่ง ลงนามร่วมมือกับ “ไออาร์เอส” ไปเรียบร้อยแล้ว หากแบงก์ไหนไม่ร่วมมือ สรรพากรสหรัฐฯจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 30% ของเงินได้จากการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯทั้งทางตรงและทางอ้อม สหรัฐฯเล่นบทนักเลงโตแบบนี้ แบงก์ทั่วโลกก็ต้องยอม แม้จะรู้สึกเหมือนตกเป็นเมืองขึ้นทางอ้อมของสหรัฐฯก็ตาม
ผลจากการไล่ล่าภาษีบริษัทยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ทำให้ปี 2013 ที่ผ่านมา บริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน มีการนำเงินออกมาใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 956,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 100% เมื่อเทียบกับปี 2007
ผมลองสำรวจดูเงินสดในมือบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯแล้วก็ตกตะลึง
อย่าง แอปเป้ิล ที่คนไทยรู้จักดี รายงานงบการเงินที่แอปเปิ้ลส่งให้ตลาดหุ้นล่าสุดระบุว่า มีเงินสดอยู่ในบัญชีถึง 158,800 ล้านดอลลาร์ กว่า 5 ล้านล้านบาท มากกว่าเงินสดในมือของกระทรวงการคลังสหรัฐฯถึง 3 เท่า ส่วน ไมโครซอฟท์ เป็นอันดับ 2 มีเงินสดในมือเกือบ 85,000 ล้านดอลลาร์ และ กูเกิ้ล ก็มีเงินสดเหลือถึง 35,000 ล้านดอลลาร์ รวยกันมหาศาลทั้งนั้น
จากการรวบรวมตัวเลขของ มูดี้ส์ ประเมินว่า ณ สิ้นปี 2013 บริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐฯที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน มีเงินสดเก็บไว้ในมือสูงถึง 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปี 2012 ถึง 12 เปอร์เซ็นต์
ในขณะที่ รัฐบาลสหรัฐฯถังแตก ไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนข้าราชการ คนจนอเมริกันที่ต้องอาศัย “แสตมป์อาหาร” ยังชีพ ยังมีอยู่หลายสิบล้านคน แตกต่างกันฟ้ากับดิน
บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ เก็บเงินสดส่วนใหญ่ไว้ในต่างประเทศที่เป็น Tax Heaven หรือ สวรรค์ของผู้หนีภาษี อย่าง แอปเปิ้ล ก็เคยมีข่าวว่าเก็บเงินสดไว้ที่ ไอร์แลนด์ สวรรค์ของผู้หนีภาษีทางตอนเหนือของอังกฤษกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์
ดูสรรพากรสหรัฐฯไล่ล่าภาษีบริษัทยักษ์ใหญ่แล้ว ก็หันมาดู กรมสรรพากรไทย ที่กำลังไล่ล่าภาษีกันตอนนี้ดูบ้าง ส่วนใหญ่ที่โดนไล่ล่ากันจนหน้ามืดก็คือ “ธุรกิจเอสเอ็มอี” แต่ บริษัทยักษ์ใหญ่ ที่มีข่าวแทบทุกวัน ลงทุนโน่นลงทุนนี่ ซื้อบริษัทโน้นบริษัทนี้เป็นหมื่นเป็นแสนล้าน ตัวเลขกำไรก็บานเบิก กรมสรรพากรน่าจะไปไล่ล่าภาษีบริษัทยักษ์ใหญ่บ้างเน้อ
ขอขอบคุณที่มา: สำนักงานข่าวเจ้าพระยา, วารสารการเงินธนาคาร

 

ด้วยฟังค์ชั่น ตอบ คุณสามารถใช้โค๊ดและ เครื่องหมายแสดงอารมณ์ได้ เหมือนการตั้งกระทู้ธรรมดา แต่สามารถทำได้สะดวกกว่า

Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.

ชื่อ: อีเมล์:
Verification:
พิมพ์คำว่า "ประเทศไทย":