ผู้เขียน หัวข้อ: ซีอีโอบริษัทค้าปลีกรายใหญ่รวมตัวแสดงจุดยืนต่อต้านนโยบายขึ้นภาษีสินค้านำเข้า  (อ่าน 241 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

admin

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 212
  • เพศ: หญิง
    • ดูรายละเอียด
    • ขายธีม SMF,รับทำเว็บบอร์ด


ขณะที่ Fitch Ratings ระบุว่ารัฐบาล ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความเสี่ยงต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลก
ผู้บริหารของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐฯ 8 แห่ง เช่น ห้าง Target ร้านเสื้อผ้า Gap และห้างขายสินค้าอิเลคทรอนิคส์ Best Buy มุ่งหน้าไปยังกรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการเพิ่มอัตราภาษีสินค้านำเข้า ซึ่งจะทำให้สินค้าที่ห้างเหล่านี้วางขายมีราคาสูงขึ้น และอาจกระทบต่อธุรกิจของพวกตนได้

รอยเตอร์สรายงานว่า ผู้บริหารของทั้ง 8 บริษัท มีกำหนดพบหารือกับ สส.เควิน เบรดี้ ประธานคณะกรรมาธิการด้านภาษีของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และสมาชิกวุฒิสภาบางคน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าผู้บริหารกลุ่มนี้จะมีโอกาสพบหารือกับ ปธน.ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาวด้วยหรือไม่

สส.เบรดี้ คือผู้ผลักดันให้ใช้นโยบายลดภาษีเงินได้ของบริษัทต่างๆ ลงจาก 35% เหลือ 20% รวมทั้งไม่ต้องเสียภาษีสำหรับรายได้จากการส่งออกสินค้า และเพิ่มภาษีสำหรับสินค้านำเข้าเป็น 20%

คาดว่า ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศนโยบายภาษีใหม่นี้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน Fitch Ratings ระบุว่ารัฐบาล ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความเสี่ยงต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลก และอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดเงินกู้โลก

Fitch Ratings ชี้ว่าความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากนโยบายของทรัมป์ที่คาดเดาได้ยาก ทำให้เกิดความไม่แน่นอนซึ่งสร้างผลเสียทางเศรษฐกิจตามมา

ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจดังกล่าว รวมถึงความชะงักงันของการจัดทำข้อตกลงการค้า การชะลอตัวของเงินทุนระหว่างประเทศ ตลอดจนการจำกัดคนเข้าเมืองและเงินที่ส่งกลับประเทศต่างๆ ซึ่งล้วนอาจนำไปสู่ปัญหาความผันผวนของตลาดการเงินและอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม Fitch Ratings ชี้ว่ามีสัญญาณด้านดีบางอย่างออกมาจากรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดนี้ เช่น การที่ทรัมป์รับปากว่าจะเพิ่มการลงทุนในโครงการสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคในสหรัฐฯ การลดกฎเกณฑ์ที่ยุ่งยาก และการลดภาษี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่านโยบายเหล่านี้จะทำให้หนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน

Fitch Ratings ยังบอกด้วยว่าประเทศที่น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากนโยบายทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนของสหรัฐฯ ก็คือประเทศที่ทำการค้าใกล้ชิดกับสหรัฐฯ เช่น แคนาดา จีน ญี่ปุ่น เม็กซิโก และเยอรมนี

Cr : VOATHAI

 

ด้วยฟังค์ชั่น ตอบ คุณสามารถใช้โค๊ดและ เครื่องหมายแสดงอารมณ์ได้ เหมือนการตั้งกระทู้ธรรมดา แต่สามารถทำได้สะดวกกว่า

Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.

ชื่อ: อีเมล์:
Verification:
พิมพ์คำว่า "ประเทศไทย":